สธ.แจง เจ้าหน้าที่เห็นสูบ “กัญชา” ดำเนินการได้ เหตุประกาศชัด “กลิ่นและควันกัญชา” เป็นเหตุรำคาญ ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง ต่างจาก “บุหรี่” ที่ต้องวินิจฉัยว่ารำคาญหรือไม่

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 5 มิ.ย.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด มีผลวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ให้ประชาชนจดแจ้งเพื่อปลูกได้เองในบ้าน ว่า ตามนโยบายเราเน้นย้ำเรื่องการใช้เพื่อการแพทย์ สุขภาพ และสร้างเศรษฐกิจ แม้ทุกส่วนของกัญชา กัญชงจะไม่เป็นยาเสพติด ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่การนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น ผลิตเป็นอาหารต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ผลิตเป็นยาต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

“เราขับเคลื่อนกัญชามาอยู่ในจุดที่พลิกประวัติศาสตร์อีกหน้าไปแล้ว ขอให้ทุกคนเข้าใจว่า ต้องใช้กัญชาอย่างเข้าใจ เราจะไม่ดึงกัญชากลับไปถูกล็อกเหมือนเดิม ต้องเน้นย้ำเรื่องสร้างความรู้ให้ประชาชน ที่ผ่านมา สธ.เดินหน้าเชิงรุกในหลายเขตสุขภาพแล้ว เร็วๆ นี้จะมีงานมหกรรม 360 องศาปลดล็อกกัญชา ประชาชนได้อะไร ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้ความรู้ในมิติต่างๆ แก่ประชาชน เป็นงานใหญ่ครั้งแรกหลังปลดล็อกกัญชากัญชง จะมีการแจกต้นกล้ากัญชา 1,000 ต้นในงานนี้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกัญชา 1 ล้านต้น” นายอนุทินกล่าว

ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัด สธ. และประธานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อรองรับการปลดล็อกวันที่ 9 มิ.ย. ว่า ขณะนี้เหลือเพียงสารสกัดกัญชากัญชง ที่มีปริมาณ THC มากกว่า 0.2% ที่ยังเป็นยาเสพติด แต่ส่วนอื่นไม่เป็นยาเสพติดแล้ว สธ.จึงทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ออกกฎหมายในการควบคุมการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างรอ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่กำลังจะออกมา

โดย กรมอนามัยออกประกาศให้กลิ่นและควันจากกัญชากัญชงเป็นเหตุรำคาญ ตามอำนาจ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ซึ่งเมื่อเป็นเหตุรำคาญแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถระงับเหตุได้ หากเห็นคนสูบอยู่ ส่วนใหญ่จะสูบเป็นกลุ่มก้อนเชิงสันทนาการ เจ้าหน้าที่สามารถระงับให้หยุดการกระทำได้ ไม่ว่าจะมีคนร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ตามประกาศของกรมอนามัย

นพ.ธงชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ช่วยออกกฎหมายในแง่ของการป้องกันการโฆษณากัญชาในทางสันทนาการ เช่น Ganja Night ในสถานบริการต่างไป การนำกัญชาไปในเชิงสันทนาการ

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากฎหมายของทาง สคบ. ส่วนกรณีการป้องกันชาวต่างชาติที่อาจเข้าใจผิดว่าประเทศไทยใช้กัญชาเสรี ทางสถาบันกัญชาทางการแพทย์ จะดูแลเรื่องการให้ความรู้ประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการทำ Cannabis Literacy เป็นแนวทางการใช้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า แม้จะกำหนดว่าสารสกัดที่มี THC น้อยกว่า 0.2% จะไม่เป็นยาเสพติด แต่การนำสารสกัดกัญชากัญชง หรือส่วนต่างๆ ของกัญชากัญชงมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ก็จะมีประกาศตามกฎหมายที่กำกับควบคุมผลิตภัณฑ์นั้นๆ กำหนดว่า ค่าความปลอดภัยต้องไม่เกินเท่าไร เช่น THC และ CBD ต้องไม่เกินเท่าไรในผลิตภัณฑ์ถึงจะปลอดภัยสำหรับกลุ่มบุคคลและวัยต่างๆ เป็นต้น

ดังนั้นหากเป็นสารสกัดอยู่แล้วก็ค่อนข้างง่ายเพราะรู้ปริมาณ แต่หากเป็นส่วนประกอบ เช่น ใบ ช่อดอก ก็ต้องมีการตรวจวิเคราะห์ว่าสารสกัดไม่เกินตามที่ประกาศของแต่ละผลิตภัณฑ์กำหนด อยถึงจะอนุญาตให้ออกมาขาย เช่น เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาก็ต้องมีการวิเคราะห์ THC ว่าไม่เกินตามที่กำหนด หรือเครื่องสำอาง สาร CBD ก็ต้องไม่เกิน 1% เป็นต้น

ส่วนเรื่องการสูบจะมีเรื่องของประกาศกลิ่นและควันกัญชากัญชงให้เป็น “เหตุรำคาญ” ดังนั้นจึงไม่ต้องวินิจฉัยว่ารำคาญหรือไม่รำคาญ เพราะกฎหมายบอกว่าเป็นเหตุรำคาญเลย เจ้าพนักงานก็สามารถไปจัดการได้ ซึ่งอาจจะต้องมีผู้ร้องเข้ามา หรือเจ้าพนักงานเห็นเองว่ามีควันและกลิ่นก็สามารถเข้าไปดำเนินการได้

ส่วน “บุหรี่” ต้องมีการวินิจฉัยเรื่องเหตุรำคาญ แต่กลิ่นและควันกัญชาคือบอกเลยว่าใช่เหตุรำคาญ จากมาตรา 25 (4) ของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ที่ประกาศเหตุรำคาญตามที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งอันนี้เรากำหนดกลิ่นและควันจากกัญชากัญชงไปเลย ส่วนอย่างอื่นอาจจะต้องแปลความว่ารำคาญหรือไม่ แต่หากมีกลิ่นและควัญกัญชากัญชงปุ๊บถือว่าเป็นเหตุรำคาญเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน