องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อสส.) ประสบความสำเร็จงานวิจัย เต่าหกเหลือง สัตว์ป่าคุ้มครองที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 3 แม่ออกไข่พร้อมกัน 91 ฟอง

วันที่ 5 ก.ค.2565 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จของการเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง ว่า เต่าหกเหลือง เป็นเต่าบกที่มีความสำคัญต่อระบบและความหลากลายทางชีวภาพในแถบภาคใต้ของประเทศเป็นอย่างมาก โดยเป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการวิจัยการศึกษาชีววิทยาเต่าหกเหลือง หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ Manouria emys emys ในการเพาะขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่เดือนต.ค.62-ก.ย.65 นี้

นายอรรถพร กล่าวต่อว่า การขยายพันธุ์เต่าหกเหลือง มีขั้นตอนการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก ศึกษาเรื่องชีววิทยา พฤติกรรม การผสมพันธุ์ และการวางไข่ในสภาพการเพาะเลี้ยง ระยะ 2 ศึกษาค่าทางโลหิตวิทยาและสุขภาพของเต่าหกเหลือง และระยะสุดท้าย เป็นการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพในสถานเพาะเลี้ยง

นายอรรถพร กล่าวอีกว่า โดยมีพ่อแม่พันธุ์เต่าหกเหลืองที่มีความแข็งแรง เพศผู้ 5 ตัว และเพศเมีย 10 ตัว กระทั่งเมื่อเดือนมิ.ย. 64 แม่เต่าหกเหลือง สามารถเริ่มวางไข่รุ่นแรกได้ 9 ฟอง และฟักตัวภายใน 60 วัน ได้ 8 ตัว จากนั้นสวนสัตว์สงขลาได้ศึกษาการเพาะขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดพบว่า มีแม่พันธุ์เต่าหกเหลือง 3 ตัว ได้วางไข่มากถึง 91 ฟอง ภายใต้การดูแลของทีมวิจัยของสวนสัตว์สงขลาอย่างใกล้ชิด

“สวนสัตว์สงขลา ได้เคยเพาะขยายพันธุ์เต่าหกเหลืองและได้ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมาแล้วก่อนหน้านี้ และครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากแม่เต่าหกทั้ง 3 ตัว ได้วางไข่ในเวลาเดียวกันมากถึง 91 ฟอง ซึ่งเป็นการสร้างความสมบูรณ์ทางธรรมชาติในระบบนิเวศได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเต่าหกเหลืองเป็นสัตว์ประจำถิ่นของทางภาคใต้ ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และจัดเป็นสัตว์คุ้มครองที่ควรดำรงไว้” นายอรรถพร กล่าว

สำหรับเต่าหกเหลือง (Manouria emys emys) เป็นเต่าบกขนาดใหญ่ของไทยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ชนิดหนึ่ง จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และระดับสากลจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ซึ่งที่ผ่านมาสวนสัตว์สงขลาเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว และในอนาคตได้มีการวางแผนในการเพาะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากเป็นสัตว์ประจำถิ่นของทางภาคใต้ ไปจนถึงมาเลเซีย และ อินโดนีเซีย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าที่สำคัญของโลก จึงขอเชิญชวนท่านที่สนใจ ร่วมเป็น ส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนและสมทบทุนโครงการได้โดย โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาถนนวิสุทธิกษัตริย์ ชื่อบัญชี “บัญชีกองทุนเพื่อหมีแพนด้า” เลขที่บัญชี 006-0-23655-8

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน