เปิดใจ ‘ครูแดน’ ถูกหลอกไปเป็นนักโทษว้าแดงแทนคนอื่น โดนยัดข้อหาหนีเข้าเมือง ต่อมาเพิ่มเป็นเสพยาเสพติด ท้าหากพูดโกหกให้เอาไปยิงทิ้ง
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจาก นายระม้าย โมริพันธ์ หรือแดนนี่ หรือครูแดน อายุ 40 ปี ชาว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ผู้กำกับละครและครูสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับดารานักแสดง ซึ่งกองกำลังว้าในเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) นำตัวมาจากเมืองโต๋น มาส่งให้เจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้นทางการเมียนมานำตัวครูแดนส่งให้ทางการไทยไปสอบปากคำที่ ภ.จว.เชียงราย ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำไประยะหนึ่ง ครูแดนให้สัมภาษณ์เปิดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครูแดน กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งฝั่งไทย เมียนมา และเขตปกครองของว้าที่ให้การช่วยเหลือ และให้ความเป็นธรรมกับตน รวมทั้งช่วยติดต่อประสานและดูแลจนพากลับสู่ประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วงที่ตนยังอยู่ในประเทศเมียนมาและเขตปกครองของว้านั้น ได้รับการดูแลอย่างดี โดยซื้อเสื้อผ้าและที่นอนชุดใหม่ให้ ส่วนการกินอยู่ก็ดูแลดีทุกอย่างด้วย
ครูแดน กล่าวถึงการเดินทางเข้าประเทศเมียนมาว่า เดินทางจากท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ แล้วจึงเดินทางไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ก่อนจะมีคนมารับพาไปที่หมู่บ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จากนั้นมีคนขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแล้วพานั่งซ้อนท้ายผ่านไร่กาแฟจนถึงฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
ส่วนการที่ตนถูกหลอกไปคุมขังในเขตปกครองของว้านั้นมีกระบวนการตั้งอยู่ในฝั่งไทยแล้ว โดยมีเพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกับตนแนะนำให้ตนเดินทางไป จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อไปเที่ยว เมื่อไปถึง จ.ท่าขี้เหล็กรู้จักกับคนชื่อ “ชัย” ซึ่งก็พากันไปกินเที่ยวตามปกติ แต่พอขอเดินทางกลับ ก็ไม่ให้กลับ จึงใช้ชีวิตกันตามปกติ เหมือนเป็นพี่น้องกัน
อย่างไรก็ตาม ที่เขาจะหลอกตนก็อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วเชือดตนทันที จนถอนตัวไม่ขึ้น มารู้ตัวอีกครั้งก็ถูกส่งตัวไปอยู่ในเขตปกครองของว้าแล้ว รายละเอียดเหล่านี้หากเล่าก็จะยาวเกินไป แต่ให้การกับเจ้าหน้าที่ไว้หมดแล้ว
ครูแดน กล่าวว่า ช่วงที่อยู่ในเขตปกครองของว้าถือว่าเป็นนักโทษของเขา เขาปล่อยให้หากินตามอัตภาพ โดยมีข้าวให้ 3 มื้อ แต่ทำอาหารกินเอง ที่อยู่รอดมาได้เพราะได้รับความเมตตาจากผู้คนในเขตปกครองของว้า ที่เห็นว่าตนถูกหลอกลวงไปอยู่ที่นั่น จึงได้รับการแบ่งปันของกินและช่วยเหลือด้านอื่นๆ จากประชาชนและคนที่ถูกจำคุก เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ข้อหาหนัก
“ยืนยันจากหลักฐานทั้งฝั่งพม่า ว้า และเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งน่าจะตรวจสอบประวัติแล้วว่า ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด ขอให้หลักฐานเป็นสิ่งยืนยัน ซึ่งผมบอกกับเจ้าหน้าที่ไทยไปแล้วว่าถูกหลอกให้ไปถูกคุมขังจริงๆ
หากยังไม่เชื่อก็ให้พาคนที่หลอกผม และผมมานั่งสอบถามกันก็จะรู้ และหากผมโกหกก็ขอพูดตามความเป็นจริง ให้นำผมไปยิงได้เลย ทั้งนี้ บอกตั้งแต่อยู่ในเขตว้าแล้วว่า ถูกหลอกไปที่นั่นทั้งๆ ที่ไม่เคยยุ่งยาเสพติดเลย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคบหากับเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อนด้วย” ครูแดน กล่าว
ครูแดน กล่าวอีกว่า ข้อหายาเสพติดที่ทำให้ตนได้รับขณะอยู่ในเขตปกครองของว้า เกิดจากการที่ตนถูกยัดข้อหา โดยหลอกตนไปแทนที่คนที่ต้องคดีนี้อยู่แล้ว ลักษณะเป็นตัวตายตัวแทน จากนั้นใช้เป็นข้ออ้างในการพาตนไปยังเขตปกครองของว้า โดยช่วงแรกตั้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง
ต่อมาเพิ่มเป็นข้อหาเสพยาเสพติด ซึ่งเขตปกครองของว้านั้น หากมีผู้เสพยาเสพติดจะต้องถูกลงโทษจำคุก 3 ปีบ้าง 6 ปีบ้าง แล้วแต่ความตั้งใจเสพและที่มาที่ไปของคดี ดังนั้น คนที่ทำกับตนนั้น ตนเชื่อว่าเขาทำกรรมใดจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน
“เขาคงไม่พ้นเวรกรรม เขาทำแบบนี้จิตใจไม่ใช่คนแล้ว เอาคนไปทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ทำกับแม่ของผม ทั้งข่มขู่คนที่มีอายุเยอะแล้ว แม่ผมเป็นคนดี อยู่ในศีลธรรม เขายังทำกับแม่ได้ บาป แรงกรรมมันเยอะ เดี๋ยวเขาได้รับกรรมของเขาแน่” ครูแดน กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์