เลย ชาวบ้านนากระเซ็ง คัดค้านการตัดโคนต้นไม้ริมน้ำเหือง รองรับโครงการขนาดใหญ่ ทำตลิ่งกั้นน้ำเหือง และถนนริมน้ำ วอนรัฐพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทาง เพื่อความเหมาะสม
ยายชาวท่าลี่ วัย 74 ปี ยอมตายเพื่อต้นไม้ 1 ต้น ที่จะโดนคนตัด หลังรัฐทำตลิ่งกั้นน้ำต้นไม้ไปขวางทาง

29 ส.ค. 65 – เป็นภาพที่เห็นแล้วเศร้า เมื่อชาวบ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย มีการรวมตัว เพื่อปกป้องต้นไม้ ที่พวกตนปลูกมากับมือร่วมหลายสิบปี ในพื้นที่ริมน้ำเหือง
และอีกไม่กี่วันจะมีการตัดต้นไม้ต้นนี้ หลังมีโครงการขนาดใหญ่ ทำตลิ่งกั้นน้ำเหืองและมีเส้นทางพาดผ่านต้นไม้ โดยต้นมะค่าโมงใหญ่อายุกว่า 25 ปี ลำต้น 2-3 คนโอบ ที่ชาวบ้านปลูกมาเพื่อเป็นคันกั้นน้ำตามธรรมชาติ
ก่อนที่จะมีโครงการใหญ่มาลง และต้องการตัดต้นมะค่าโมงต้นนี้ เพื่อเป็นทางเดินริมน้ำ แต่งานนี้กลับเงียบ ไม่มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้คำปรึกษา และหวงแหนต้นไม้ที่หายาก ซึ่งเป็นปอดของชุมชน จนชาวบ้าน ต้องออกมาปกป้องต้นไม้เองด้วยชีวิต

นางสาตี วรินทรา อายุ74 ปี ราษฎรบ้านนากระเซ็ง ซึ่งเป็นภรรยาคนปลูกและคนดูแลต้นมะค่าโมง กล่าวว่า ก่อนนี้ นายสมจิตร วรินทรา อายุ 82 ปี สามี ซึ่งเป็นคนปลูกต้นมะค่าโมงต้นนี้ มาตั้งแต่ 25 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำเป็นพื้นที่ตลิ่งน้ำเหือง
จนมาวันนี้ เจริญเติบโตสูงใหญ่กว่า 30 เมตร พร้อมกับปลูกต้นไม้อื่นๆ เช่น ต้นสัก ต้นพะยูง ไม้ไผ่ เพื่อกันดินตลิ่งพัง หรือกันน้ำเซาะ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ส่งต่อกันมาหลายร้อยปี สำหรับคนที่อยู่ริมน้ำมาตั้งแต่โบราณ ดั่งเช่น ชาวบ้านนากระเซ็งเหล่านี้

นางสาตี กล่าวอีกว่า รัฐหรือราชการ ซึ่งมีทั้งความรู้มีเจ้าหน้าที่ เครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัย กลับไม่รู้คุณค่าความสำคัญและประโยชน์ของต้นไม้ ที่มีการปลูกมาหลายสิบปี จะตัดจะโค่นต้นไม้มะค่าโมงต้นนี้ที่โตมาแล้ว และผลิตออกซิเจนให้คนได้หายใจ
การทำโครงการป้องกันตลิ่ง แต่เอาต้นไม้ที่ชาวบ้านปลูกไว้ออกไปเกือบทั้งหมด มันจะดีหรือ เอาหินภูเขามาถมแทน เรื่องนี้ชาวบ้านไม่สบายใจ และกลับเป็นการสร้างความทุกข์ใจให้กับชาวบ้านตาดำๆ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ติดกับตลิ่งริมน้ำเหือง
อยากจะให้เก็บต้นไม้ไว้ให้ลูกหลาน หรือช่วยพิจารณาในการปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อความเหมาะสม โดยไม่ทำลายธรรมชาติ ตนยืนยันว่า จะรักษาต้นมะค่าโมงต้นนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของแผ่นดินไทยเท่าชีวิต เพื่อเอาไว้ให้ลูกหลาน อย่างน้อยก็เป็นปอดของชุมชนจะรักษาด้วยชีวิต

ด้าน นายทองดี วรินทรา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านนากระเซ็ง กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนกันตลิ่งแม่น้ำเหือง ก่อให้เกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตของชาวนากระเซ็ง คือ หนึ่ง การที่รถบรรทุกขนหินขนดินวิ่งในหมู่บ้าน ทำให้ดินโคลนหล่นบนถนน ทางผู้รับเหมาก็เอาน้ำมารดถนนกลายเป็นดินโคลน การเดินทางลำบาก เวลาแดดออกถนนก็กลายเป็นฝุ่นและรถบรรทุกก็วิ่งทั้งวัน
สอง การสร้างตลิ่งได้ทำลายวิถีชีวิตคนริมน้ำเนื่องจากการก่อสร้างได้ทำกำแพงสูงไม่มีทางลงไปแม่น้ำตามวิถีเดิมๆคือปลูกผักริมตลิ่งและหาปลาในแม่น้ำ
สาม การก่อสร้างไม่ได้แจ้งหรือประชาคมให้ชาวบ้านรับทราบเรื่องที่จะต้องตัดโค่นต้นไม้ของชาวบ้านที่อยู่ริมตลิ่งและไม่มีการจ่ายค่าเวนคืนต้นไม้แต่อย่างได
อยากให้หน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องเข้ามา ดูแลและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และหากสามารถทำให้ต้นไม้ต่างๆ นั้น คงอยู่จะเป็นสิ่งที่ดีมากกับชาวบ้าน