กรมควบคุมโรค เตือนพื้นที่น้ำท่วม ระวังสัตว์มีพิษหนีน้ำซ่อนในบ้าน พบปีที่แล้วช่วง ต.ค. คนถูกงูกัดมากสุด 779 ราย แนะสำรวจมุมอับรอบบ้านประจำ ตรวจเสื้อผ้ารองเท้าก่อนสวมใส่ หากพบสัตว์พิษตั้งสติ แจ้งกู้ภัยช่วย

วันที่ 15 ต.ค.2565 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาหลบซ่อนในบ้านกัดต่อย เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง โดยเฉพาะงู ซึ่งในไทยมีงูหลายชนิดที่มีพิษร้ายแรง หากถูกกัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หมอ

จากข้อมูลปี 2564 ของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค มีผู้ถูกงูกัดเข้ารักษาใน รพ. 7,107 ราย เพศชายถูกกัดมากกว่าเพศหญิงเกือบ 2 เท่า ส่วนใหญ่ถูกงูกัดช่วงฤดูร้อนถึงฤดูฝน คือ เม.ย.-พ.ย. โดยช่วง ต.ค.พบผู้ป่วยในจากงูกัดสูงสุด 779 ราย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและลูกจ้างทั่วไป

งูเห่า

สำหรับการป้องกันสัตว์มีพิษช่วงน้ำท่วม คือ 1.สอดส่องและสังเกตมุมอับของบ้านเป็นประจำ ติดตั้งไฟส่องสว่างให้เพียงพอ 2.สำรวจที่นอน ยกที่นอนให้สูงจากพื้น ควรกางมุ้งถ้าทำได้ 3.สำรวจเสื้อผ้า รองเท้าก่อนสวมใส่ทุกครั้งและสวมรองเท้าบูทเมื่อเข้าสวน 4.ทำความสะอาดบ้านและดูแลบ้านให้เป็นระเบียบ และ 5.หลีกเลี่ยงการเดินในที่แคบหรือมีหญ้ารกขึ้นสูงในช่วงเวลากลางคืน

ด้าน นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากถูกงูกัดควรปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี ดังนี้1.บีบเลือดบริเวณบาดแผลออก เพื่อขจัดพิษงูออกจากร่างกาย 2.ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่หรือน้ำด่างทับทิม ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง

จงอาง

3.พยายามให้อวัยวะที่ถูกกัดเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด อาจดามบริเวณดังกล่าวให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ ห้ามขันชะเนาะ หรือรัดเชือกแน่นเหนือแผล เพราะเสียงอวัยวะขาดเลือด อาจสูญเสียอวัยวะได้ พร้อมรีบนำส่ง รพ.โดยเร็ว หากพบงูหรือสัตว์มีพิษเข้าบ้านควรตั้งสติและโทรขอความช่วยเหลือที่ 199

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน