ที่แท้พนักงานเก่า! ลักตัดทองแดงบริษัทเอาไปขาย ตร.บุกจับไหวตัวพังหลังคาห้องน้ำ ปีนหลบหนี ก่อนตามรวบคาโบกี้รถไฟ รับแค้นถูกไล่ออก-ไม่มีเงินใช้

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สน.เทียนทะเล พ.ต.ท.นพดล ปั่นพงศ์พันธ์ รอง ผกก.สส.สน.เทียนทะเล พ.ต.ท.ขจร ธูปประกายศรี สว.สส.สน.เทียนทะเล ร.ต.อ.บันเจิด สมบูรณ์ รองสว.สส.สน.เทียนทะเล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เทียนทะเลจับกุมตัว นายกานุวัฒน์ หรือเอ้ อายุ 39 ปีชาว จ.ปัตตานี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 819/2565 ลง 14 ธ.ค.

ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ และ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร”

โดยจับกุมได้ที่บนขบวนรถไฟที่ 85 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช ดูที่ 2 เลขที่นั่ง 19 ระหว่างสถานีรถไฟบางชื่อกับสถานีรถไฟบางบำหรุ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.เวลาประมาณ 20.30 น.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ก.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา ผู้รับมอบอำนาจ บริษัทผลิตหลอดไฟแห่งหนึ่ง ภายในซอยเทียนทะเล 19 เดินตรวจพื้นที่ทำงานบริเวณอาคาร 5 เป็นคลังสินค้า ชั้น 2 มองเข้าในบริเวณห้องเก็บลวดทองแดง จึงเปิดประตูเข้าไปห้องข้างๆ ที่อยู่ติดกัน เช็ดสภาพห้องเก็บลวดทองแดง เห็นกล่องใส่ลวดทองแดงว่างเปล่า ไม่มีสินค้าอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกผู้รับผิดชอบไปดูแล้วแจ้งว่า สินค้าหายจากนั้นตรวจเช็กจำนวนสินค้าที่หาย อย่างคร่าวๆ แล้วแจ้งกับลูกน้องให้เข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมาเข้าไปในห้องเก็บลวดทองแดง เพื่อเช็กสินค้าอีกครั้งปรากฎว่า พบว่าลวดทองแดงหายไปเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,209.946 กิโลกรัม คิดเป็นเงินจำนวน 380,365.233 บาท ต่อมาทางผู้บริหารของบริษัทฯ มอบอำนาจให้ผู้กล่าวหามาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ต่อมาผู้กล่าวหาให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.65 เวลาประมาณ 12.20 น. มีเจ้าหน้าที่ไปติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณห้องเก็บสินค้าที่เกิดเหตุ แล้วพบว่าฝ้าเพดานชำรุดจึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดดูแล้วพบว่า วันที่ 30 พ.ย. เวลาประมาณ 03.18 น.ที่ผ่านมามีชายกำลังปีนเข้ามาขโมยของในห้องเก็บสินค้าดังกล่าว

จึงไปตรวจสอบที่บริเวณห้องดังกล่าว พบว่าสินค้าที่หายไป เป็นสินค้าประเภททองแดงจำนวน 6 ม้วน เป็นน้ำหนัก 83.410 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 26,915.616 บาท จากการตรวจสอบชายที่ปรากฎในภาพกล้องวงจรปิด ตำหนิรูปพรรณของชายดังกล่าวทราบว่าคือ นายภานุวัฒน์ เป็นอดีตพนักงานบริษัท ที่ถูกไล่ออกไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปกลางดึกเมื่อวันที่ 9 ก.ย.-วันที่ 30 พ.ย. ทราบว่า นายภานุวัฒน์ไเข้าไปเอาทรัพย์ของบริษัทฯไปด้วย ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิด และพยานให้การยืนยันว่าบุคคลที่ ปรากฎในกล้องวงจรปิดที่เข้าไปลักเอาม้วนลวดทองแดงของบริษัทฯ ตามวันเวลาเกิดเหตุคือนายภานุวัฒน์ ซึ่งเคยเป็นอดีตพนักงานของบริษัทจริง พนักงานสอบสวนสน.เทียนทะเล ยื่นคำร้องขอหมายจับ นายภานุวัฒน์ ต่อศาลอาญาธนบุรี อนุมัติตามหมายจับดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ชุดสืบสวนสน.เทียนทะเล สืบทราบว่านายภานุวัฒน์ มาหลบช่อนอยู่ที่ห้องพักของบ้านแห่งหนึ่ง ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน จึงวางแผนจับกุมผู้ต้องหาและสืบสวนขยายผล ระหว่างตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว นายภานุวัฒน์เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไหวตัวทันหลบหนีเข้าไปในห้องน้ำ ชั้นล่างของบ้านแล้วพังหลังคาห้องน้ำ ปีนหลบหนีออกจากบ้านแล้วหลบหนีไป

จากการตรวจค้นพบ ภรรยาของนายภานุวัฒน์ และพบเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีดำ 1 ตัว กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว รถจยย.ยี่ห้อออนค้า รุ่น เวฟ สี ดำ-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ที่หน้าบ้านดังกล่าว

จนกระทั่งสืบสวนจนทราบด้วยว่านายภานุวัฒน์หลบหนี โดยทางรถไฟขบวนกรุงทพ-นครศรีธรรมราช ตู้ที่ 2 เลขที่นั่ง 19 ออกจาก กรุงเทพมหานคร เวลาประมาณ 19.05 น.โดยนายภานุวัฒน์จะมาขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟบางซื่อ เวลาประมาณ 19.50 น.จึงวางแผนจับกุม และประสานงานเข้าจับกุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.3 บก รฟ. เพื่อจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนเป็นบุคคลตามหมายจับจริง สาเหตุที่ทำ เนื่องจากไม่มีเงินและโกรธแค้นที่โดนไล่ออกจากงาน จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.เทียนทะเล ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน