สาวอยุธยาโอนเงินแสนผิดบัญชี มาที่ด.ต.ร้อยเอ็ด ตร.ก็ตกใจจู่ๆ ก็มีเงินแสนเข้าบัญชี แจ้งความลงประจำวัน สาวติดต่อมา จึงกดโอนคืนเจ้าของเงิน
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ด.ต.ปกรณ์ สายเชื้อ ตร.สังกัด กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นำหลักฐานการมีเงินโอนพร้อมเพย์ จากธนาคารกสิกรไทย จำนวน 100,000 บาท มาเข้าบัญชีของตนเวลา 17.09 น.ทำให้ตกใจที่ จู่ๆก็มีเงินโอนเข้ามาใจบัญชี

จึงเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.(หญิง) พัชริดา พิมเพา รองสารวัติสอบสวน ร้อยเวร สภ.เมืองร้อยเอ็ด แจ้งว่า ไม่สบายใจกับที่มาของเงิน และเกรงว่าจะเป็นเงินที่ผิดกฎหมาย จึงมาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพื่อความสบายใจ

พร้อมกับจะหาทางติดต่อเจ้าของเงินเพื่อที่จะให้ตรวจสอบ ที่มาของเงินให้ชัดเจน เพื่อแน่ใจว่าเป็นเงินที่ไม่ผิดกฎหมาย ก่อนที่จะโอนคืนให้กับเจ้าของเงิน โดยขณะที่แจ้งความลงประจำวัน ก็แจ้งให้สื่อมวลชนทราบ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานเกี่ยวกับการจะทำธุรกรรมทางการเงินให้ชัดเจน หากเจอเจ้าของและจะต้องโอนเงินกลับคืน ให้กับเจ้าของเงิน

ปรากฏว่าขณะที่กำลังลงบันทึกประจำวัน ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหา แจ้งว่าโทรมาจากน.ส.รัชนก วงษ์สระ จาก อ.เมือง จ.อยุธยา และทำงานอยู่ที่โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์ ในจ.ปทุมธานี ยืนยันว่าเป็นเจ้าของเงิน ซึ่งโอนเงินจำนวน 100,000 บาท จากบัญชีของตนจากธนาคารแห่งหนึ่ง มาเข้าบัญชีกสิกรไทยของตนเอง แต่กดเลขบัญชีผิดไป 1 ตัว หลังจากโอนเงินเสร็จ พบว่าเงินไม่เข้าบัญชีของตน ก็ตกใจมาก จึงรีบตรวจสอบกับธนาคาร พบว่าโอนเงินผิดบัญชีมาที่ร้อยเอ็ด โดยไม่ทราบว่าเป็นตร.

ซึ่งในขณะที่พูดคุยกันทางตร.ร้อยเอ็ด ขอให้เปลี่ยนจากการโทรด้วยโทรศัพท์ เป็นวิดีโอคอล เพื่อให้เห็นตัวตนหน้าตา ของคนที่อ้างว่าเป็นผู้โอนเงินผิดวิดีโอคอล เพื่อตรวจสอบตัวตนบัตรประจำตัวประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร และหลักฐานการโอนเงินให้เห็นชัดเจน รวมทั้งให้เพื่อนร่วมงาน 2 คนร่วมยืนยันเป็นพยาน เพื่อการตรวจสอบที่ชัดเจน จนมั่นใจ ก่อนที่จะลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมว่า พบเจ้าของเงินที่โอนเงินมาผิดแล้ว ก่อนที่จะกดโอนเงิน 100,000 บาท คืนให้เจ้าของเดิมทั้งหมด
ด.ต.ปกรณ์ กล่าวว่า หลังจากพบว่ามีเงิน 100,000 บาท โอนเข้าบัญชี ก็ตกใจมาก เพราะเป็นช่วงที่กำลังมีข่าวการโอนเงินม้าเข้าบัญชีกำลังเป็นข่าว ก็เกรงว่าจะเป็นเงินผิดกฎหมาย และจะกระทบกับตำแหน่งหน้าที่การงานของตน ที่เป็นตำรวจ ซึ่งเมื่อมีการติดต่อมาและตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย เจ้าของเงินก็เห็นตัวตนชัดเจน ก็ทำให้การโอนเงินคืนให้เจ้าของเงินเป็นไปด้วยความสบายใจ
ในขณะที่ เจ้าของเงิน ซึ่งวิดีโอคอลกับสื่อมวลชน ว่าทีแรกตกใจมาก ที่รู้โอนเงินผิดบัญชี และตกใจกลัวมากที่จะไม่ได้เงินคืน เพราะตรวจสอบบัญชีแล้วทราบแต่ชื่อ โดยไม่ทราบว่าเป็นใคร พอทราบว่าเป็นตำรวจ ก็นับว่าโชคดี ที่ได้พบกับตำรวจน้ำดี ทำให้ดีใจมาก ที่ได้เงินคืนทั้งหมดภายในระยะเวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งก็วิดีโอคอล ขอบคุณด.ต.ปกรณ์ ที่คืนเงินให้ด้วยความรวดเร็ว ทั้งๆที่ทีแรกนึกว่าจะไม่ได้เงินคืนง่ายๆ แล้วด้วยซ้ำไป
ที่มา มติชนออนไลน์