ขอนแก่น / เตือนภัย หนุ่มมิจฉาชีพ อ้างเป็นวิศวกรการไฟฟ้า หลอกชาวบ้าน ทั้งเจ้าของรีสอร์ต ร้านค้าติดตั้งเสาไฟฟ้า เปลี่ยนหม้อแปลง ทั้งหลอกว่าฝากลูกเข้าทำงานการไฟฟ้าได้ ล่าสุดไปหลอกบูรณะซ่อมแซมเจดีย์วัดในอำเภอเมืองขอนแก่น สูญเงินรวมหลายล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Wijitra Makuna” ซึ่ง ได้โพสต์ภาพและข้อมูลร้องเรียนในกลุ่มร้องเรียนในจังหวัดขอนแก่น พร้อมข้อความระบุว่า” #เตือนภัย##หลอกหลวง##ฉ้อโกง# แจ้งข่าวเตือนภัยคน บุคคลในภาพใช้ชื่อว่า นายวิชิต ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่ของการ#ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค# มาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าของการไฟฟ้าโดยใส่ชุดทำงานที่มีสัญลักษณ์การไฟฟ้า หลอกหลวงอย่าได้หลงเชื่อหรือจ้างให้ทำงาน

วันที่ 19/1/66 นายวิชิต ได้มาติดต่อที่ร้านทำทีเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า บอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าฝ่ายและแจ้งทางร้านควรเปลี่ยนหม้อไฟใหม่เนื่องจากใช้ไฟเกินทำให้ค่าไฟฟ้ามีค่าไฟฟ้าสูง และไฟตกบ่อยหม้อหมุนเร็วและอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และแนะนำให้เปลี่ยนสายเมนใหม่ และอ้างว่าตนสามารถทำให้ได้ไม่ยุ่งยากไม่ต้องไปดำเนินการถึงที่การไฟฟ้าเพื่อความสะดวกและได้ยังได้โชว์ผลงานทั้งหลายของการไฟฟ้าที่ได้ออกมาทำให้ประชาชนคนอื่น

และได้บอกว่างานด่วนจะไม่ได้มีเอกสารอะไร สามารถทำได้เลย โดยโอนเงินค่าวัสดุมาเพื่อที่ทางนายวิชิต จะจัดหามาติดตั้งให้และเข้าติดตั้งได้เลยขั้นตอนไม่เยอะ ทางเราจึงหลงเชื่อให้ได้โอนเงินเข้าบัญชีนายวิชิต และได้นัดวันติดตั้งเรียบร้อย ถึงวันแล้วก็บายเบี่ยงและติดต่อไม่ได้อีก จึงไปสอบถามเรื่องหม้อไฟที่การไฟฟ้าถึงรู้ว่านายวิชิตไม่ใช่บุคลากรของการไฟฟ้าถ้าผู้ใดพบเห็นหรือได้เจอ อย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด”

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามตามที่มีผู้ร้องเรียนในพื้นที่ ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพบกับน.ส.วิจิตรา มาคุณา เจ้าของร้านขายของชำที่ถูกมิจฉาชีพเข้าไปหลอกให้เปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าภายในร้าน จนต้องสูญเงิน กว่า 27,000 บาท

น.ส.วิจิตรา กล่าวว่า ได้ถูกมิจฉาชีพทราบชื่อต่อมาคือนายวิชิต อายุ 41 ปีทำทีเข้ามาชื้อของภายในร้านเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง หลายขวด อ้างว่า จะชื้อไปให้ลูกน้องที่กำลังทำงาน โดยขณะที่มิจฉาชีพรายนี้กำลังชื้อของได้บอกกับทางเจ้าของร้านบอกว่าเดือนนี้ค่าไฟจะเพิ่มขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่ เพราะมิเตอร์ที่ใช้อยู่ตอนนี้ จะทำให้ไฟตกและไฟกระชาก และเกิดไฟไหม้ได้

ต่อมาเวลา 10.10น. วันที่ 19 ม.ค.ทางเจ้าร้านจึงติดต่อไปที่นายวิชิตเพื่อขอรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่ในช่วงเวลา 12.20น.วันเดียวกัน นายวิชิต จะเข้ามาที่ร้านอีกครั้ง พร้อมกับแต่งชุดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเต็มยศเข้ามาในร้าน มาแจ้งรายละเอียดและค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวน23,400บาท และค่าดำเนินการรวม 4,000 บาท

หลังโอนเงินทางร้านได้ติดต่อไปที่นายวิชิตว่าจะเข้ามาดำเนินการให้ตอนไหนก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดจนกระทั่งได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่การไฟฟ้าขอนแก่นจึงทราบว่าไม่ได้มีการขอเรื่องหรือดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่จึงรู้ตัวว่าถูกนายวิชิตหลอกซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดที่นายวิชิตเข้ามาที่ร้านกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพเอาไว้ได้หมด จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจที่ส.ภ.บ้านเป็ดเพื่อดำเนินการทางคดีกับนายวิชิตเพราะทราบมาว่านายวิชิตไปหลอกผู้เสียหายอีกหลายราย นอกจากนี้ผู้เสียหายยังบอกอีกว่าพี่ทำให้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับมิจฉาชีพรายนี้เพราะจากการพูดคุยการมิจฉาชีพรายนี้มีความรู้ในเรื่องของไฟฟ้าเป็นอย่างดีพูดจาฉะฉานจึงทำให้หลงเชื่อและโอนเงินให้

ขณะที่ นางจริยา พรหมริมหรือภู่ อายุ 51 ปี เป็นเจ้าของรีสอร์ต กำลังสร้างอยู่ที่ถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น กล่าวว่า รู้จักนายวิชิต มิจฉาชีพผ่านทางนางสุนัน วาสนสถิตย์ เจ้าของบ้านเช่า ที่นายวิชิต เข้าไปเช่าอยู่ แนะนำมา ว่าสามารถ ดำเนินการติดตั้งเสาไฟให้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ให้ยุ่งยาก จึงได้ติดต่อนายวิชิตไปให้เข้ามาดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้าภายในรีสอร์ทให้ซึ่งนายพิชิตก็ดำเนินการให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นนายวิชิตได้พูดจาหว่านล้อมว่าสามารถฝากลูกสาวเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จึงทำให้ตนหลงเชื่อและให้นายวิชิตดำเนินการ

“นายวิชิตบอกว่าต้องมีค่าดำเนินการ420,000 บาท ตนเองจึงได้โอนเงินให้นายวิชิตไปหลายครั้งรวมเป็นเงิน 320,000 บาท ตอนแรกนายวิชิตบอกว่าจะฝากลูกสาวเค้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ จ.อุดรธานีแต่สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยงว่าให้เข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เลยพร้อมกับส่งเอกสารมอบตัวมาให้โดยได้มีการเซ็นระบุรายชื่อ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าแต่พอตรวจสอบแล้วกลับเป็นเอกสารปลอมที่นายวิชิตปลอมขึ้นมาจึงทำให้รู้ว่าถูกหลอกจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับนายวิชิต โดยนายวิชิตยังได้อ้างชื่อของรองผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 อุดรธานีด้วยว่าเป็นแบ็คให้กับนายวิชิตในการรับฝากลูกหลานเข้าทำงานอีกด้วย”

ด้านนางสุนัน วาสนสถิตย์ เจ้าของบ้านเช่า บ้านหนองหลุบ กล่าวว่า เสียใจเป็นอย่างมากที่เป็นคนแนะนำนายวิชิตมิจฉาชีพรายนี้ให้กับเพื่อนอีกหลายคนได้รู้จัก ไม่คิดว่านายวิชิตจะมาหลอกเพราะตอนที่นายวิชิตมาขอเช่ารีสอร์ตอยู่ ดูเป็นคนมีความรู้และดูเหมือนทำงานการไฟฟ้าจริงๆจึงได้แนะนำให้เพื่อนได้รู้จัก ส่วนของตนเองนายวิชิตได้ค้างค่าเช่าอยู่ 6,000 บาท

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ข้อมูลมาว่านายวิชิตมิจฉาชีพรายนี้เข้าไปหลอกผู้เสียหายอีกหลายราย ทั้งเจ้าของบ้านจัดสรรในพื้นที่ตำบลบ้านทุ่ม ว่าจะเข้าไปดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้าและหม้อแปลงให้ จนต้องสูญเงิน จำนวน 500,000 บาทและรายล่าสุดนายวิชิตได้เข้าไปหลอกเจ้าอาวาสวัดวัดป่าอัมไพรวัลย์ ว่าจะเข้าไปบูรณะซ่อมแซมทาสีเจดีย์ให้ใหม่โดยได้เรียกเงินไป 180,000 บาทสุดท้ายก็ทิ้งงานเชิดเงินหนี ทำให้ชาวบ้านต้องจ้างช่างมาทาสีบูรณะเจดีย์ใหม่ทั้งหมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน