สืบนครบาล ย้อนรอยรวบ ‘เป้ นาคสุข’ วายร้ายหลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสอง เชิดเงินหนี ไม่ส่งของ ถูกจับกุมตุลาคม 65 ประกันตัวกลับมาก่อเหตุซ้ำ
สืบเนื่องจากตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก

โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ออกตระเวนออนไลน์ จนทราบถึงความเดือนร้อนจากประชาชน ซึ่งถูกคนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “นาย ออโต้ อะไหล่ยนต์” หลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสอง เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตามพฤติการณ์น่าจะมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อคนร้ายรายนี้

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.

จับกุมนายวัชระ หรือเป้ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงลพบุรี ที่ จ7/2566 ลงวันที่ 25 ม.ค.พ.ศ.2566 ข้อหา “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชนแต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, ฉ้อโกง” จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณใกล้ปากซอย 7 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 2 ก.พ.66 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่ผ่านมา

จากการแนวทางสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมการก่อเหตุของคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ คือ นายวัชระ จึงตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ปรากฏพบว่า ณ ปัจจุบันนายวัชระ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 1 หมายจับ ซึ่งศาลแขวงลพบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวนายวัชระ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำซาก ไม่สำนึก แม้จะเคยถูกจับกุมตัวมาแล้ว และกำลังสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก
จากการสอบสวนให้การว่า รับสารภาพตามข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมให้ข้อมูลว่าหลังจากที่ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. หรือ ชุดลาดตระเวนออนไลน์ ของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมเมื่อช่วงปลายเดือนต.ค.65 โดยประกันตัวออกมา และกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก
ในครั้งนี้ ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “นาย ออโต้ อะไหล่ยนต์” เข้าไปโพสต์หลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสองในกลุ่ม เฟซบุ๊กต่างๆ อาทิ กลุ่ม “ไปรตอนคลับ”, กลุ่ม “Toyota Camry Club Thailand”, กลุ่ม “ห้องซื้อขายอะไหล่รีโว้แท้มือสอง”, กลุ่ม “ตลาดนัด Toyota Camry Club Thailand”, กลุ่ม “ซื้อขายอะไหล่รถยนต์ camry ทุกรุ่น”, กลุ่ม “กูขับฟอร์จูนเนอร์ (ห้องซื้อขายอะไหล่Fortunerเท่านั้น”,
กลุ่ม “ ห้องซื้อขาย ของแต่ง Mazda”, กลุ่ม “MAZDA 3 BK (2004-2011) (ห้องซื้อขาย รถ อะไหล่ ของแต่ง)”, กลุ่ม “ห้องซื้อขายอะไหล่มือ1-2เฉพาะฟอร์จูนเนอร์” และกลุ่มอื่นๆ กว่า 60 กลุ่ม โดยเน้นหลอกขายชุดไฟหน้าเก่า แท้ เนื่องจากตนมีความรู้เพราะเคยขายชุดไฟหน้ารถจริงให้แก่ลูกค้า
เวลาลูกค้าสอบถามจะสามารถโต้ตอบได้เนียนและชัดเจนจนลูกค้าหลงเชื่อ โดยใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) ทรูมันนี่วอเล็ท หมายเลข อี-วอลเล็ท พร้อมเพย์ 140-xxxxxxxx-xxxx ชื่อบัญชี วัชระ นาคสุข ซึ่งผูกกับบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง เลขที่บัญชี 201-xxxxxx-x ชื่อบัญชีนายวัชระ นาคสุข เป็นบัญชีรองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหาย
ตั้งแต่ได้รับการประกันตัวออกมาเมื่อช่วงปลายเดือนต.ค.65 จนถึงปัจจุบันรับว่าก่อนเหตุซ้ำสำเร็จกว่า 40 ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 120,000 เงินที่ได้ นำมาใช้จ่ายในครอบครัว การศึกษาจบชั้นปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ เคยเป็นครูอัตราจ้าง 3 ปี เมื่อช่วงปี 2559-2562 ก่อนจะลาออกมาขายอะไหล่รถยนต์มือสองทางออนไลน์ (ส่งของจริง) ใช้ชื่อเพจ “วัชระ คิ้วล้อกระบะทุกรุ่น”
แต่เนื่องจากช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ขายสินค้าได้น้อยลง ประสบปัญหาไม่มีเงินทุนซื้ออะไหล่มือสองมาขาย จึงเริ่มไม่ส่งของให้ลูกค้าตามคำสั่งซื้อ เห็นว่าได้กำไรดี จึงก่อเหตุเรื่อยมา ก่อนจะมาถูกจับกุมได้เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค.65 ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล และกลับมาก่อเหตุซ้ำเดิมอีก ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบันมิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนโปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภเห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล
ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันทีตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.