บ้าน เฮียโต ติดป้าย ห้ามนักข่าว และบุคคลภายนอกเข้า บรรยากาศเงียบ แต่มีคนหมุนมาเฝ้า ด้านสัปเหร่อเล่า ตอนเผาศพเมีย ชี้เฮียอยู่เชียงใหม่ เพราะโควิดระบาด
วันที่ 14 ก.พ.2566 ผู้สื่อข่าวข่าวสดเดินทางไปโรงงานน้ำดื่มแห่งหนึ่ง ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังตำรวจภ.จว.ฉะเชิงเทรา นำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด หลังเฮียโตที่ถูกลูกชายแท้ๆ กับลูกสะใภ้จับขัง กรอกยาเพื่อให้โอนเงินมรดกกว่า 65 ล้าน โดยวันนี้พบว่าโรงงานปิดทำการ มีการติดป้ายกระดาษห้ามนักข่าวและบุคคลภายนอกเข้าบ้าน
ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า บ้านหลังดังกล่าวนั้น เป็นของเฮียโตกับภรรยา ทางลูกชายกับสะใภ้ก็อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่หลังตำรวจเข้าตรวจค้นวานนี้โรงงานก็ปิดไป และทราบว่ายังมีการจ้างวานให้บุคคลคอยสับเปลี่ยนมาเฝ้าโรงงานในช่วงมืดค่ำด้วย
อ่านข่าว ทนายเดชา แจงคดี เฮียโต แจ้งลูกชายแท้ๆ กักขัง มีพิรุธหลายจุด
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี สัปเหร่อวัดก้อนแก้ว อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้จัดงานฌาปนกิจเผาศพภรรยาเฮียโต ที่ถูกลูกชายแท้ๆ กับลูกสะใภ้กักขัง แล้วอ้างว่าภรรยที่ตาย ถูกฆาตกรรมจัดฉากผูกคอว่า ตอนเกิดเหตุเฮียแกอยู่จ.เชียงใหม่ เพราะโควิด-19 ระบาด
ทั้งนี้งานจัดเมื่อ 1-2 ปีก่อน ทางพระอาจารย์ได้ให้ตนนำร่างเมียเฮียโต ลงโลงช่วงเย็น เมื่อไปถึงวัดก็พบศพถูกนำมาแล้ว ตนก็ได้ทำพิธี ทางครอบครัวก็จัดงานสวดอภิธรรมศพอยู่ 3 วัน มีคนมาร่วมงานเพียง 7 คน ทุกคนมีท่าทางปกติ ไม่แสดงอาการเศร้าโศกเสียใจ
โดยทางญาติบอกว่าเฮียโตอยู่จ.เชียงใหม่ เพราะช่วงนั้นโควิด-19 ระบาด ไม่กล้ามาร่วมงาน ซึ่งในงานก็จัดปกติ ทั้งนี้ตนไม่ทราบถึงประเด็นการจัดฉากฆาตกรรม เพราะสภาพศพก็ปกติ ไม่ได้สังเกตอะไร และไม่รู้จักครอบครัวนี้ เพราะไม่เคยเห็นว่ามาที่วัดแห่งนี้
หลังจบเรื่องไปก็ไม่มีใครติดต่อพูดคุยอะไรกับตน กระทั่งมีข่าวขึ้นมา ไม่ทราบว่ามีใครไปคุ้ยข้อมูลอะไรมาหรือไม่ แต่ยืนยันว่าวัดทำงานเป็นขั้นตอน เพราะต้องแจ้งเรื่องนำศพเข้าวันต่อวัน ส่วนพระชุดที่ช่วยยกศพดังกล่าวได้สึกไปหมดแล้ว
