ทนายเดชา แจงคดี เฮียโต แจ้งจับลูกชายแท้ๆ กับสะใภ้ กักขัง มีพิรุธหลายอย่าง แจงลูกบังเกิดเกล้าจะฆ่าพ่อทำไม ในเมื่อมรดกก็ได้ แถมไม่พบหลักฐานฆาตกรรมเมียเฮีย
วันที่ 14 ก.พ.2566 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความกล่าวถึงกรณีเฮียโต แจ้งความถูกลูกชายแท้ๆ กับลูกสะใภ้กักขังกรอกยาสลบนานกว่า 2 ปี จับขังในห้องเล็กๆ เชื่อว่าภรรยาถูกฆาตกรรมอำพรางผูกคอตัวเอง แถมลูกยังยื่นศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก เหตุเกิดที่จ.ฉะเชิงเทราเป็นข่าวใหญ่เวลานี้ว่า คดีนี้มีพิรุธเยอะมาก ตนอยากเตือนสติสังคม เพราะคดีนี้เป็นเรื่องในครอบครัว ไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่
อีกทั้งยังมีคดีในชั้นศาล ตั้งแต่ปี 2563-2565 เป็นคดีบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และคดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัวในเรื่องการแบ่งมรดก จู่ๆ เฮียโตกลับไปแจ้งความตำรวจนั้น ก็เป็นเรื่องแปลก เพราะปกติแล้ว หากมีคดีแพ่งอยู่จะไม่มีใครฟ้องเป็นคดีอาญา ตำรวจจึงตั้งข้อสังเกตว่าการแจ้งความนั้นจะประสงค์อะไร
อ่านข่าว ระวังโอละพ่อ! ทนายเดชา เตือนฟังหูไว้หูคดี เฮียโต ถูกลูกกักขัง ฮุบ65ล.
ประเด็นต่อมา เมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ก็ไม่ปรากฎการกระทำผิดทั้งการกักขังหน่วงเหนี่ยว ที่สอบพยานแวดล้อมแล้วพบว่าเฮียโตยังไปไหนมาไหนได้ปกติ ส่วนประเด็นเรื่องการออกไปส่งจดหมายให้หลานว่าถูกกักขังนั้นก็มีพิรุธ เพราะเจ้าตัวก็หนีได้ แต่ทำไมไม่หนี และยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่ามีการยักยอกทรัพย์ ตามประเด็นที่กล่าวอ้างว่า ฝ่ายลูกชายและสะใภ้ โอนเงิน 65 ล้านบาท
สำหรับประเด็นการจัดฉากฆาตกรรม เมื่อตำรวจไปตรวจค้นบ้านก็ยังอยู่ในสภาพเดิม ทุกอย่างปกติ กำนันหรือบุคคลต่างๆ ที่พูดถึงคดีมีหลักฐานใดหรือมีแต่คำกล่าวอ้าง ตอนนี้ตนต้องขอสังคมว่าอย่าเพิ่งตัดสินใคร เพราะเชื่อว่าคดีนี้จะจบง่ายและเร็ว ซึ่งลูกชายเฮียโตยังคงอยู่ในจังหวัด ส่วนลูกสะใภ้ก็ไปเที่ยวที่ฮ่องกง ไม่ได้หนีตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ส่วนตัวมองว่า ลูกชายเฮียโตเป็นทายาทเพียงคนเดียว ได้มรดกแน่นอน จึงไม่มีแรงจูงใจจะไปฆ่าพ่อแม่ตัวเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ลูกชายและสะใภ้ยังไม่ได้ติดต่อตนหรือทาบทามให้เป็นทนายความว่าความให้ ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุยกับทั้งคู่โดยตรง แต่ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้อีกทอด และเชื่อว่าลูกชายคงไม่ฟ้องร้องกลับบุพการีตัวเอง
สำหรับประเด็นที่เฮียโตตั้งข้อสังเกตว่าการที่ภรรยาผูกคอตาย เป็นการจัดฉากนั้น ตำรวจมีผลการชันสูตรชัดเจน ไม่มีการจัดฉากฆาตกรรม ยืนยันว่าแหล่งข่าวตนเชื่อถือได้ และตัวเองไม่มโน เพราะตนคงไม่ทำให้ตัวเองเสียเครดิตแน่นอน สำหรับความคืบหน้าในวันนี้ ทราบว่าฝ่ายที่ถูกกล่าวหากำลังพิจารณาจะแถลงข่าวที่ จ.ฉะเชิงเทรา ขอให้ติดตามกันต่อไป
