ชีวิตต้องต่อสู้ดิ้นรน สาวสองอดีตนางดาวร้ายตัวเด่น ลิเกดังหลายคณะลพบุรี ให้แฟนพิการสมองเข็นวีลแชร์ขอเงินสี่แยกไฟแดง หาเงินสู้ทำฝันสุดท้ายให้เป็นจริงก่อนจากโลกนี้ไป
วันที่ 24 ก.พ.2566 บริเวณสี่แยกสะพาน 7 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี ผู้สื่อข่าวพบชายเข็นรถวีลแชร์ โดยมีหญิงสูงวัยนั่งอยู่ท่าทางอิดโรย ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ จึงจอดสอบถามเพื่อช่วยเหลือพาไปส่งยังจุดหมายปลายทาง แต่พบว่าทั้งคู่เข็นรถวีลแชร์ออกจากริมถนนเพื่อขอเงิน ขอของกินจากผู้ที่ขับรถสัญจรไปมา
จากการสอบถามทราบว่า คนเข็นชื่อนายเทพ อายุ 42 ปี ส่วนผู้ที่นั่งบนรถวีลแชร์ชื่อนายบุญมา อายุ 66 ปี เป็นสาวประเภทสอง เปิดเผยเรื่องราวชีวิตตัวเองว่า ถูกไล่ออกจากบ้านเช่าจากช่วงโควิดระบาดไร้งาน ไร้เงิน ชีวิตตกอับจนต้องถูกขับไล่ไร้ที่ซุกหัวนอน แต่ขณะนี้ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่ออลงกต ให้พักอาศัยอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ
นายบุญมา บอกว่า ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไตวายระยะสุดท้าย ที่ต้องมาเป็นเช่นนี้ ที่ต้องมาขอเงินที่แยกไฟแดงนี้ก็เพราะต้องการหาเงินสักก้อนสุดท้าย เพื่อที่จะให้แฟนได้เอาไปต่อยอดขายก๋วยจั๊บสูตรโบราณ ที่ตนเคยเป็นเจ้าของสูตรเจ้าของร้านที่ขายดีในระดับอำเภอ มีเงินเก็บหลายแสนบาท อีกทั้งยังเคยเป็นดาวร้ายดาวเด่นของลิเกหลายคณะ หลังจากเริ่มเจ็บป่วย แฟนเป็นรปภ.ประสบอุบัติเหตุจนพิการสมองเหลือไตข้างเดียว จึงนำเงินมารักษาเยียวยาเพื่อรักษาชีวิตไว้
“จนกระทั่งโควิดระบาด เงินหด หมดงาน เหลือเงินก้อนสุดท้ายซื้อจักรยานยนต์นำมาต่อเติมเพื่อจะได้ขายก๋วยจั๊บอย่างที่ตั้งใจ แต่ยังขาดเงินอยู่อีกประมาณ 2 พันกว่าตัดสินใจออกมาขอเงินกับผู้ใจบุญที่สัญจรไปมาหากได้ครบก็จะหยุดขอ เพราะรู้ว่ามันอันตรายเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และคงจะช่วยแฟนได้เพียงเท่านี้ หลังจากนี้อีกไม่นานเราก็คงจะจากโลกนี้ไปด้วยอาการป่วย แต่ก่อนจากขอทำเพื่อคนรักเป็นครั้งสุดท้าย
ทุกวันเวลานี้คิดเสมอว่าเราจะต้องตายแน่นอน พรุ่งนี้อาจจะไม่เจอกันก็ได้ แฟนเข็นวีลแชร์ตรงนี้มากว่า 1 เดือนแล้ว รู้สึกได้ว่าคงเป็นวาระสุดท้ายแล้ว แต่ก่อนที่จะตายจะขอสอนวิธีทำก๋วยจั๊บให้แฟนเป็นอาชีพติดตัว เป็นอาชีพที่ทำให้ใครต่อใครได้กินอาหารดีๆอร่อยเสียก่อน ไม่รู้ว่าความหวัง ความฝันของตนเองจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่วันนี้ขอสู้จนสิ้นใจ” ลิเกตกอับเสียงสะอื้น
ส่วนนายเทพ ระบุ อยู่กินครองรักกันมานานกว่า 22 ปี ตอนเด็กวัย 9 ขวบประสบอุบัติเหตุต้องตัดไตทิ้งไป 1 ข้าง ขณะเป็น รปภ.ก็ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งถึงกับพิการทางสมอง แต่แฟนก็ไม่ทอดทิ้งอยู่ดูแลกันมาไม่เคยทิ้งกัน จนสุดท้ายเงินที่เก็บสะสมหมดลงถูกขับไล่จึงระเหเร่ร่อนเพื่อหาหนทางรอด และหาเงินรักษาอาการไตวายที่แฟนต้องไปฟอกเลือดที่รพ. แต่ก็เป็นไปได้ยากเพราะฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เงินมากอีกทั้งตนและแฟนมีไม่สิทธิใดๆ
” ตกลงกันว่าจะมาขอเงินที่สี่แยกนี้เพื่อนำเงินไปซื้อข้าวของขายก๋วยจั๊บเร่ แต่ยังขาดเงินอยู่ประมาณ 2 พันบาท ที่ได้ต่อวันตรงนี้ไม่เกิน 300 บาท เนื่องจากไม่ได้ร้องขอ ผู้มีจิตเมตตาที่เข้าใจก็หยิบยื่นให้เอง บางรายก็ให้ของกินได้ประทังชีวิตไปได้วันต่อวัน บางรายเตือนให้ระมัดระวัง ทุกเดือนจะมีเบี้ยยังชีพผู้พิการ 2 คน 1,600 บาท และเงินผู้สูงอายุของแฟนอีก 600 บาทเท่านั้น “


