สตม.รวบหัวหน้าแก๊งชาวไต้หวัน เปิดบริษัทผลิตยาในช่วงโควิดระบาด ปั่นหุ้นหลอกประชาชน เหยื่อกว่า 10,000 ราย เสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 26 พ.ค.66 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกํากับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพํานักอาศัยหรือ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ประกอบกับนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดําเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พํานักอาศัยอยู่ในประเทศไทย
กระทําผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทําให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติโดยใช้ ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทําความผิด
ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสําคัญ ดังนี้
สตม.รวบหัวหน้าแก๊งชาวไต้หวันเปิดบริษัทผลิตยา ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ปั่นหุ้นหลอกลวงประชาชน ผู้เสียหายกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท
สตม.ได้รับการประสานงานจากสํานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจําประเทศไทย กรณี ผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รายสําคัญ คือนายหวง (นามสมมติ) อายุ 61 ปี สัญชาติจีน (ไต้หวัน) ซึ่งก่ออาชญากรรมหลอกลวงประชาชน เปิดบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปั่นหุ้น หลอกลวงประชาชน มีผู้เสียหายมากกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท
บก.สส.สตม. จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม. พร้อมพวก สืบสวน ติดตามจับกุมคนร้าย เพื่อดําเนินการตามกฎหมาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สืบสวนจนทราบว่านายหวง ถือหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.64 ด้วยวีซ่า THAILAND PRIVILEGE CARD และหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ
จึงสืบสวนและติดตามจนพบนายหวง ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และถูกเพิกถอนการอนุญาตให้ อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวฯ ที่บริเวณริมถนนย่านประตูน้ำ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจและ ขอตรวจค้น ก่อนการตรวจค้นแสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจแล้ว โดยนายหวงสมัครใจ พาตรวจค้นห้อง ผลตรวจค้นพบ เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, บัตรประชาชนของประเทศสิงคโปร์
พร้อมทั้งบัตรเครดิตจํานวนหลายรายการ และ นายหวงยังยอมรับว่า ก่อนหน้านี้หลบหนีไปที่ประเทศ สิงคโปร์ จากนั้นทําหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู และหลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย
ซึ่งหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และหัวหน้าแผนกประสานงานอาชญากรรมประจําประเทศไทย กองบัญชาการตํารวจสืบสวนอาชญากรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติไต้หวัน ร่วมสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และนําตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์ของแก๊งดังกล่าวนั้น มีการจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาในช่วงสถานการณ์ การแพร่ระบาด COVID-19 หลังจากเปิดบริษัทแล้ว นําบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และให้ผู้ร่วมขบวนการ เปิดบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศเข้าซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าว
และทํารายงานอันเป็นเท็จเพื่อเผยแพร่ ให้กับประชาชนเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนเข้าซื้อหุ้น โดยราคาของหุ้นจะถูกปั่นไปจนถึง 500,000 กว่าบาทต่อ 1,000 หุ้น และหลังจากที่มีประชาชนซื้อหุ้นแล้ว โยกเงินไปยังต่างประเทศแล้วปิดบริษัท
เบื้องต้นมี ผู้เสียหายมากกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท และจากการสืบสวนขยายผลของผู้ต้องหา รายนี้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติไต้หวัน ได้ยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 60 ล้านบาท และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 29 ราย โดยจับกุมได้แล้ว 27 ราย
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทํา ความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดําเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทําผิด กฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทําให้เกิด ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ
รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มี หมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทําความผิด กรุณา แจ้งมายัง สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตําบลบ้านใหม่ อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


