ปาฏิหาริย์ ย่าน้องเตยตาบอด กลับมามองเห็นอีกครั้ง หลัง รพ.และอาจารย์เอกฝ่ามือพลังจิตช่วยรักษา เผยเรื่องเงินบริจาค 6 ล้าน ยังไม่ได้เบิกใช้สักบาท

จากกรณีเด็กหญิง 4 ขวบหัวใจแกร่ง ที่ครูอุ้ม ไปเจอนั่งล้างจานอยู่ที่บ้าน และได้นำเรื่องราวชีวิตของน้องมาโพสต์ลงโซเชียล ว่าน้องเตย อาศัยกับคุณย่าตาบอด 2 คน ชีวิตสุดลำบาก จนต่อมาหน่วยงานต่างๆ รวมถึงคนไทยจำนวนมากแห่บริจาคช่วยเหลือเกือบ 6 ล้านบาท

ล่าสุดวันที่ 28 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย่าของน้องเตย ได้รับการรักษาดวงตาที่บอดมองไม่เห็นมาตั้งแต่ ปี 2546 เริ่มกลับมามองเห็นอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้าน 2 ย่าหลานอีกครั้ง ก็พบ นางเสา จินดาศรี อายุ 68 ปี ผู้เป็นย่านั่งอยู่ที่เตียงหน้าบ้าน ส่วนน้องเตย หลานวัย 4 ขวบ ก็วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน

จากการสอบถาม นางเสา กล่าวว่า ตาข้างซ้ายที่บอดสนิทมาตั้งแต่ปี 2546 เริ่มกลับมามองเห็นอีกครั้ง ส่วนตาข้างขวาที่เพิ่งบอดสนิทเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นเหมือนเดิม ซึ่งตาข้างซ้ายที่กลับมามองเห็นอีกครั้ง เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะได้รับการรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบันของทาง รพ. รวมถึงอาจารย์เอกฝ่ามือพลังจิต ที่เดินทางมาบำบัดรักษาด้วยวิธีการใช้ฝ่ามือพลังจิตถึง 2 ครั้งด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงลองให้ นางเสา ทดสอบดูด้วยการชูนิ้วให้ทาย ซึ่งเมื่อ นางเสา ใช้มือปิดตาข้างขวาไว้ แล้วมองข้างซ้ายข้างเดียวก็สามารถตอบถูกว่ายกกี่นิ้ว รวมถึงสามารถตอบได้ว่าใส่เสื้อสีอะไร แต่ยังเห็นหน้าคนได้ไม่ชัด นอกจากนี้ยังลองให้ นางเสา เดินเข้า-ออกภายในบ้านโดยไม่ต้องใช้ไม้คลำทางเหมือนเมื่อก่อน นางเสา ก็สามารถเดินได้ แต่ก็ต้องเดินช้าๆ เพราะยังมองเห็นไม่ชัดมาก ประกอบกับอายุมากด้วย

นางเสา บอกว่า เห็นแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว แต่ก็มีความหวังว่าหากได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่อาจารย์เอกฝ่ามือพลังจิตบอกให้ไปบำบัดรักษาที่กรุงเทพฯ นั้น ก็คงจะไม่ได้ไป เพราะไม่สะดวกในการเดินทาง แต่ก็ขอบคุณทั้งแพทย์ พยาบาล หน่วยงานรัฐ และทุกคนที่มีส่วนช่วยตนและหลานสาวด้วย ส่วนน้องเตยนั้น ครูอุ้มก็ยังขับรถมารับ-ส่งทุกวัน

สำหรับยอดเงินบริจาค 5,900,000 บาท ซึ่งได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.เงิน 4 ล้านบาทให้น้องไว้ดำรงชีพเมื่อบรรจุนิติภาวะ 2.เงิน 1.9 ล้านบาทให้คุณย่าเพื่อดำรงชีพ โดยมีคณะกรรมการในชุมชนเป็นผู้ดูแลช่วยคุณย่าอีกทาง ในส่วนของที่อยู่อาศัย ทางภาครัฐก็จะเข้ามาดำเนินการให้ ซึ่งจากการสอบถามคุณย่าก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้เบิกเงินแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเริ่มดำเนินการซ่อมสร้างบ้านให้เดือนหน้า ซึ่งตนก็ตั้งใจว่าหากเงินที่ภาครัฐช่วยไม่เพียงพอซ่อมสร้าง ก็จะนำเงินที่ได้รับบริจาคมาเพิ่มเติม เพื่อให้มีบ้านอยู่อาศัยที่สะดวกและปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน