ชาวบ้านผวา บั้งไฟ พุ่งตกใส่กลางงานบุญผูกแขน ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย รถจักรยานยนต์ 1 คัน และบ้านอีก 2 หลังโดนสะเก็ด
จากกรณีมีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ บั้งไฟตกใส่รถจักรยานยนต์เสียหาย ชาวบ้านพากันมุงดูเหตุการณ์ดังกล่าว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย โดยผู้โพสต์ ระบุข้อความว่า “เซาสา ถ้าสั่นกะไปจุดไกลบ้านคน บั้งไฟ อันตรายใกล้ตัว”
และยังมีข้อความระบุว่า “บั้งไฟตกหน้าบ้าน ซึ่งกำลังทำงานบุญผูกแขน รถคนในงานเยอะด้วย วิ่งหนีกันหมดคนโดนลูกหลงสะเก็ดบั้งไฟ 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อย สิจุดกะไปหาจุดหม่องที่มันไกล ๆ บ้านคนแน่ ถ้ามีคนตายมามันบาคุ้มดอก” ซึ่งบั้งไฟดังกล่าวจุดที่บ้านหนองข่า ต.พระเหลา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ แต่ไปตกอยู่ที่บ้านปทุมแก้ว ต.พระเหลา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ
ล่าสุดวันที่ 5 ก.ค.2566 ที่บ้านปทุมแก้ว บ้านเลขที่ 94 ม.4 ต.พระเหลา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านจุดเกิดเหตุที่บั้งไฟตกใส่บริเวณหน้าบ้าน ขณะที่กำลังจัดงานบุญผูกแขน นางมยุรี พันธิมา อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังจะเดินไปซื้อน้ำยาล้างจาน แต่คนที่ได้รับบาดเจ็บจากบั้งไฟบอกกับตนว่า เหมือนบั้งไฟกำลังจะตก ตนก็กลัวมันจะตกใส่หลังคาบ้านจึงได้รีบออกมาดู พอเพิ่งเงยหน้าขึ้นไปดูเท่านั้น บั้งไฟก็ตกลงมาที่บริเวณหน้าบ้านของตนทันที
นางมยุรี กล่าวต่อว่า ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดที่บั้งไฟตกก็ต่างพากันวิ่งหนีตายกัน บางคนวิ่งหนีไม่ทันก็โดนลูกหลงทำให้มีคนบาดเจ็บ 3 ราย และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใกล้จุดที่บั้งไฟตกก็ล้มกระเด็นออกมาจนได้รับความเสียหาย ส่วนตนมัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนมอง โชคดีที่ไม่โดนสะเก็ดบั้งไฟ แต่สะเก็ดบั้งไฟที่ตกลงมากระเด็นไปโดนกระจกแตกไป 1 บาน โชคดีหลานที่นั่งเล่นอยู่ในบ้านไม่โดนสะเก็ดกระจกบาดไปด้วย
ด้าน นายกำพลศักดิ์ เดชวงศ์ อายุ 48 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่โดนบั้งไฟ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ตนได้มาร่วมงานที่บ้านหลังนี้ก็จอดรถไว้ที่บริเวณหน้าบ้านปกติ ตนเข้ามานั่งภายในบริเวณบ้าน กำลังกินข้าวกันกับผู้ที่มาร่วมงาน พอบั้งไฟตกลงมาตรงที่รถของตนจอดอยู่ ตนก็รู้สึกตกใจและทำได้แค่เพียงยืนมองจนเหตุการณ์สงบ ตนก็เข้าไปดูรถจักรยานยนต์ของตน พบว่ารถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ไฟหน้ารถแตก บริเวณด้านข้างฝั่งซ้ายมีรอยไหม้เล็กน้อยจากสะเก็ดบั้งไฟที่ระเบิด
นางควรคิด นวลอินทร์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านที่อยู่ตรงข้ามบ้านงานก็ได้รับความเสียหายจากบั้งไฟตกในครั้งนี้ เนื่องจากส่วนหางของบั้งไฟกระเด็นเข้ามาที่บ้านของตนทำให้กระจกหน้าต่างร้าว และรถกระบะก็โดนจนเป็นรอยเสียหาย ตอนเกิดเหตุตนได้ยินเสียงจึงได้ร้องถามมาที่บ้านงานว่ามีใครเป็นอะไรไหม ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าบ้านของตนจะโดนลูกหลงไปด้วย กระทั่งมาดูตอนเช้าก็พบว่ามีกระจกร้านและรถกระบะโดนสะเก็ดจนเป็นรอย
นางควรคิด กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ควรจะมีการจัดงานจุดบั้งไฟแบบนี้ ถ้ามันทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ตนมองว่าถ้าเป็นในช่วงประเพณีก็พอจะเข้าใจได้ แต่นี่มันเลยช่วงที่จุดบั้งไฟมาแล้วก็ยังพากันมาจุดกัน ซึ่งจุดที่จุดบั้งไฟห่างจากหมู่บ้านของตน 1-2 กิโลเมตรเท่านั้น อยากให้ผู้ใหญ่ช่วยมาควบคุมดูแลให้ดีกว่านี้ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกก็ไม่รู้ใครจะรับผิดชอบ อีกทั้งวันเกิดเหตุเป็นช่วงที่เลิกงานพอดี ไม่งั้นอาจจะมีคนเสียชีวิตก็เป็นไปได้
ขณะที่ นายพรมมา มั่นใจ อายุ 61 ปี ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนโดนลูกหลงจากบั้งไฟตกจนได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้างเย็บ 3 เข็ม ตอนเกิดเหตุตนยืนมองดูบั้งไฟ เหมือนว่าบั้งไฟมันจะตกลงมา ตนก็หันหลังจะวิ่งหนีเข้าบ้าน แต่ไปได้ไม่ไกลเพราะมีรถขวางอยู่ จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บ
น.ส.วิลาวัลย์ ทองตาม อายุ 40 ปี ผู้บาดเจ็บอีกราย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังก้มตักน้ำแข็งในถังน้ำแข็ง พอโผล่ขึ้นมาก็เหมือนมีอะไรปลิวมาโดนที่บริเวณหัว รู้สึกเจ็บและปวดหัวเหมือนหัวมันร้อนไปหมด จึงได้ถามคุณยายมาลัย แก้วธง อายุ 61 ปี อีกคนที่บาดเจ็บเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรู้ว่าบั้งไฟตกที่บริเวณหน้าบ้าน คุณยายก็บาดเจ็บเหมือนกันแต่ไม่มากเนื่องจากมีต้นไม้บังไว้พอดี ซึ่งตนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางคณะกรรมการจัดงานจุดบั้งไฟได้ติดต่อบริษัทประกันภัย เข้ามาดูแลเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย รถจักรยานยนต์ รวมถึงดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย






