กันจอมพลัง พาหนุ่มอ้างเมียพยาบาลเล่นชู้แบบซาดิสม์กับ “ผอ.รพ.” เข้าร้อง สธ. สอบข้อเท็จจริง คาดรู้ผล 2 สัปดาห์ เผยถ้าผิดจริงโทษหนักถึงขั้นไล่ออกจากราชการ
วันที่ 20 มิ.ย. 67 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง นำนายเอ (นามสมมติ) ชายผู้เสียหายที่อ้างว่าภรรยาโดยพฤตินัยของตนเองแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) แห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข
โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า วันนี้กันจอมพลังได้พาผู้เสียหายเข้ามายื่นเรื่องที่ สธ. เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นสามี เนื่องจากภรรยาโดยพฤตินัยของตัวเองได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ผอ.รพ.สต. แห่งหนึ่ง โดยทั้ง 2 คนได้พบกันตั้งแต่เดือน ส.ค.2566 ในงานสัมมนางานหนึ่ง
โดยฝ่ายหญิงบอกกับ ผอ.รพ.สต.ว่าตนเองโสด และอยู่กับสามีในฐานะพ่อแม่ของลูกเท่านั้น และทาง ผอ.รพ.สต.ก็ยืนยันว่าตนเองโสด
ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ตนและภรรยายังอยู่ด้วยกัน แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่มีลูกด้วยกัน เรื่องนี้เป็นความละเอียดอ่อนของครอบครัว จึงขอไม่ลงรายละเอียด
ดังนั้น สธ. ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าว เพื่อดูว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกระทบหรือสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานอย่างไรบ้าง ซึ่งหากมีความผิดจริงก็จะมีบทลงโทษตามวินัยข้าราชการที่มีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก
หากปรากฏชัด หากเป็นสามี ภรรยา จดทะเบียนสมรสกัน แล้วรู้อยู่แล้วว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้วยังไปยุ่งอีก ก็เป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงคือปลดออก ถึงไล่ออก เมื่อถูกไล่ออกก็จะไม่ได้สิทธิรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
อย่างไรก็ตาม ยังมีสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในระหว่างนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งให้ ผอ.รพ.สต. คนดังกล่าว มาปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดเป็นการชั่วคราว
นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า ตนพาผู้เสียหายซึ่งเป็นสามีมาร้องต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เพื่อให้ตรวจสอบไทม์ไลน์การคบหากันของ ผอ.รพ.สต. ทับซ้อน หรือทราบอยู่แล้วหรือไม่ว่า ผู้เสียหายกับผู้หญิงนั้นคบหากัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ฉันสามีภรรยาอยู่แล้วหรือไม่ ไปรับไปส่งที่บ้าน เห็นผู้ชายอยู่ที่บ้านอย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ฝั่งนั้นหากบริสุทธิ์ใจก็ขอให้มาแสดงคงามบริสุทธิ์ใจ
ขณะที่นายเอ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนไม่กังวลว่า จะถูกฟ้องกลับ เพราะตนมีหลักฐานเป็นแชทว่าตนกับภรรยาคุยกันอย่างไร เมื่อไหร่ ส่วนที่เขาคุยกับผอ.ก็ชัดเจนว่า เมื่อไหร่ก็ขอให้เอาออกมาเปิดเผย มาบอกว่าลบทิ้งไม่มีหลักฐาน พูดปากเปล่าก็ไม่ใช่
ทั้งนี้ ตนคบกันมา 5 ปี แล้วบอกว่าแยกกันไปเติบโต เขากล่าวก่อนที่จะเริ่มมีความสัมพันธ์กับผอ.ที่ตนเองจับได้ แต่ไทม์ไลน์ที่เขาคุยกันนั้น คุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่บอกว่าเลิกแล้วตนตอแยนั้นไม่ใช่ เพราะตนมีหลักฐาน การอยู่บ้าน ซักผ้า อยู่บ้านกับภรรยา กับวันที่ตนจับได้ว่ามีแชทผอ.ตนก็ยังใช้ชีวิตปกติกับภรรยา ที่บอกว่าเลิกแล้ว
แต่ตนไปขืนใจ หลังเลิกกัน และมีกุญแจเข้าบ้าน เรื่องนี้หากคนเลิกกันดีแล้ว ก็ต้องไม่มีกุญแจ ต้องบอกที่บ้านว่า แยกกันอยู่แล้ว แต่นี่ที่บ้านเขาก็ยังรับรู้ว่าคนอยู่บ้านและใช้ชีวิตปกติกับภรรยา บ้านหลังนั้นก็ยังเป็นชื่อของตน และยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยา ซึ่งตนมีคลิปการใช้ชีวิตประจำวันกับภรรยา เพราะตนคิดแล้วว่า เขาต้องตอบแบบนี้ก็เลยเก็บหลักฐานทุกอย่างมีรูป มีวันที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายหญิงเป็นพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นายกองตรี ดร.ธนกฤติ กล่าวว่า เป็นพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน รู้จักกันขณะที่สัมมนา
ผู้เสียหายจะมีการไปร้องต้นสังกัดของฝ่ายหญิงที่เป็นพยาบาลหรือไม่ นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า ยัง แต่ตอนนี้ดำเนินการในส่วนของผอ.ก่อน หาข้อเท็จจริงในส่วนนี้ก่อน ส่วนของพยาบาลนั้น ทางฝ่ายสามีอยากให้หาข้อเท็จจริงในส่วนของผอ.ก่อน
ส่วนฝ่ายหญิง ต่างฝ่าย หากปัญหาจบกันได้ด้วยดี ส่วนตัวคิดว่า น่าจะเป็นทางออกที่ดี เพราะมีลูก หากดำเนินการกับทางภรรยาก็เกรงว่าลูกจะได้รับผลกระทบ


