นปช.ปราจีนฯ พรึ่บ รอต้อนรับ “ทักษิณ” กลับไทย 10 ส.ค.นี้ ขึ้นป้ายรอมานานแล้วกว่า 6 ปี เผย ไม่ผิดหวังหากมีการยกเลิก ยืนยันจะรอต่อไป
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ก.ค.2566 ที่ร้านกระทะแตกเลิศรส จำหน่ายผัดไทย-หอยทอด ที่ตลาดประสิทธิ์ ตลาดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เจ้าของร้าน ได้แต่งกายใส่เสื้อแดง นปช. ทุกวัน ในการโชว์ลีลาปรุงเมนูจำหน่ายผัดไทย-หอยทอดไฟแดงจานเด็ดของร้าน ภายในร้านตกแต่งภาพถ่ายร่วมกิจกรรมทางการเมืองของ นปช.ปราจีนบุรี,
ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยเดินทางมาชิมเมนูเด็ด ผัดไทย-หอยทอดไฟแดง ที่ร้านแห่งนี้ถึง 2 ครั้ง ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ และยังได้ขึ้นป้ายระบุข้อความ ภาพของ นายทักษิณ-น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 อดีตนายกรัฐมนตรี โชว์อย่างโดดเด่น โดยที่หน้าร้านโดดเด่นสีแดงสะดุด ด้วยคำพูดว่า “รออดีตนายกฯกลับประเทศไทย”
ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อและลงพื้นที่ไปพบกับ นายมณเฑียร คล้ายมาลี หรือ “ดำ ผัดไทย” อายุ 50 ปี ผู้ประสานงาน นปช.ปราจีนบุรี และเป็นเจ้าของร้านแห่งนี้
นายมณเฑียร กล่าวว่า ความเป็นมาจากที่ได้ขึ้นป้ายหน้าร้านว่า “รออดีตนายกฯกลับประเทศไทย” พร้อมรูปถ่ายของนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี หน้าประตูเข้าร้านนั้น ตนได้ขึ้นป้ายดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้นานถึง 6 ปี ตั้งแต่หลังจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว จึงได้แสดงออกโดยการทำป้ายดังกล่าวรอ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับประเทศไทยรอไว้
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า และในประเด็นทางการเมืองขณะนี้ ถ้าหาก นายทักษิณ จะเดินทางกลับมาประเทศไทยจริงในวันที่ 10 ส.ค.2566 ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง แถลงผ่านทางสื่อมวลชน ก็ถือว่าเป็นตามที่ตั้งใจไว้ก่อนแล้ว และเรื่องที่นายทักษิณจะเดินทางกลับมาประเทศไทยนั้น ทาง นปช.ปราจีนบุรี ได้ประสานงานกันบ้างแล้วในเรื่องนี้ และพูดคุยกันคร่าว ๆ ว่า จะมีมวลชนจากปราจีนบุรีพากันเดินทางไปต้อนรับให้กำลังใจท่าน
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ต้องรอดูขั้นตอน กำหนดการที่จะออกมาในการต้อนรับท่านก่อนว่า จะเป็นอย่างไร จะได้พบปะกับท่านหรือไม่ รอดูขั้นตอนทางราชการก่อนว่า มีการรับตัวท่านอดีตนายกฯ อย่างไร คนในพื้นที่ของปราจีนบุรีอยากไปต้อนรับท่าน
นายมณเฑียร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาพูดว่าอดีตนายกฯทักษิณจะยกเลิกการเดินทางกลับในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ทาง นปช.ปราจีนบุรี ยังคงต้องรอคำยืนยันจากผู้ใหญ่ในพรรคก่อนว่าความชัดเจนมีอย่างไรในเรื่องนี้ แต่ยังรอ
นายมณเฑียร กล่าวด้วยว่า สำหรับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ สมัยที่ท่านอยู่ในประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยเดินทางมาที่ร้านแห่งนี้ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกหลังจากมี นายพิชิต ชื่นบาล เป็นคนประสานน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ตนชื่นชอบและตกแต่งร้านด้วยภาพกิจกรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และภาพกิจกรรมทางการเมืองของ นปช.ปราจีนบุรี เต็มในร้าน ตนรู้สึกดีใจมากที่ท่านเดินทางมา โดยครั้งแรกมาแบบปุบปับ ตนได้เอามวลชนมาต้อนรับเล็กน้อย
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ส่วนครั้งที่ 2 น.ส.ยิ่งลักษณ์นำมวลชนมานั่งรับประทานเมนูผัดไทย และ หอยทอดด้วย ก่อนเดินทางออกนอกประเทศไป พร้อมยังฝาก นายพิชิต กับทางพรรคเพื่อไทยให้ดูแลความเป็นอยู่ของตนด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลา เพราะตนมีความชัดเจนทางการเมือง และมีโอกาสได้เรียนพูดคุยทางโทรศัพท์กับท่านบ่อย รู้สึกซาบซึ้งท่าน ตนรอให้ท่านอดีตนายกฯกลับมารับประทานผัดไทยที่ร้านที่ประเทศไทยอีก ตนชื่นชอบท่านเป็นส่วนตัวด้วยบริสุทธิ์ใจ ตนสู้ด้วยอุดมการณ์จริง ๆ
“สำหรับกลุ่มเสื้อแดง หรือ นปช.ปราจีนบุรี นั้น การก่อตั้ง แกนนำโดย นพ.สง่า คุณยศยิ่ง เป็นประธาน จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ปี 2552 แต่ในปัจจุบัน นพ.สง่าได้เสียชีวิตแล้ว การประสานงานจากส่วนกลางต่าง ๆ ตอนนี้ มีภรรยาของหมอสง่าประสานงานลงมาตลอดเวลา กับเสื้อแดง หรือ นปช.ปราจีนบุรี ทั้ง 7 อำเภอของปราจีนบุรีตลอด” นายมณเฑียร กล่าว
นายมณเฑียร กล่าวว่า จากที่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีนปช.ปราจีนบุรี ในกรณีที่ นายเฉลิม เกียรติบรรจง นปช.ปราจีนบุรี ซึ่งทางตนก็ไม่รู้จักเป็นส่วนตัว ได้แถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ แสดงทรรศนะ โจมตีพรรคเพื่อไทย ในประเด็นทางการเมือง สิ่งดังกล่าวทำให้เสียหาย เสียชื่อเสียงเสื้อแดง หรือ นปช.ปราจีนบุรี ความเห็นดังกล่าว เป็นแนวทรรศนะส่วนบุคคล
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า อันเป็นการเสียหายแก่คนเสื้อแดงปราจีนบุรีที่ก่อตั้งโดย นพ.สง่า เป็นอย่างมาก อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้ นปช.ปราจีนบุรี ซึ่ง นพ.สง่าเป็นคนชาวเชียงใหม่บ้านเดียวกับนายทักษิณ การให้ร้ายของนายเฉลิม ส่งผลให้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ จ.ปราจีนบุรี ทั้ง 7 อำเภอเสียหาย อยากขอความเป็นธรรมในโอกาสนี้
“อยากให้ทางคุณเฉลิม ให้ออกมาขอโทษ เพราะทำให้ นปช.ปราจีนทั้งหมด 7 อำเภอเสียหายดังกล่าว ความเห็นที่แสดงออกมาอาจเป็นความเห็นส่วนตัว แต่มาเหมาส่วนรวมแบบนี้ ไม่เป็นธรรมกับคนเสื้อแดงปราจีนบุรีทั้งหมด” นายมณเฑียร กล่าว






