พฐ.บุกตรวจบ้านหนุ่ม อุ้มทารกคลอด 2 วัน จากรพ.หาหลักฐานเพิ่ม โยงคดีน้องต่อหรือไม่ ชาวบ้านเผยบ้านเคยติดวงจรปิด พอมีคดีน้องต่อ วงจรปิดหายหมด
กรณี นายนันทจักษ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครปฐม ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงพยาบาลบางเลน ช่วงเวลา 03.30 น. จากนั้นอุ้มทารกที่เกิดได้ 2 วัน ไปจากอ้อมอกของ น.ส.ยุพารัตน์ อายุ 26 ปี ที่นอนหลับอยู่บ ซึ่งนายนันทจักษ์นำเด็กใส่ถุงผ้าสีดำ แล้วขี่รถกลับบ้าน ภายหลังตำรวจจับตัวได้ พบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล นายนันทจักษ์ รับสารภาพว่า ที่ลักทารกไปนั้นเพราะอยากมีลูก แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เกรงว่าอาจจะไปเชื่อมโยงถึงคดีน้องต่อวัย 8 เดือนที่หายตัวไป ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศของหมู่บ้านคลองท่อหมู่ 6 ต.หินมูล อำเภอบางเลน จ.นครปฐม เต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่รอมาทำข่าวจำนวนมาก รวมไปถึงชาวบ้านในละแวกที่ต่างก็อยากทราบ และอยากรู้ถึงความเคลื่อนไหวในคดีดังกล่าว
นางสุริน ณ อยุธยา ยายวัย 81 ปี ซึ่งอยู่ในละแวกข้างบ้านของนายนันทจักษ์ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ปกติแล้วนายนันทจักษ์ทำงานเป็นเสมียนอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งภายหลังไม่ได้ทำงานแต่กลับมาพักอยู่ในบ้านคลองท่อได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ปกติ จะอยู่แต่ภายในบ้านไม่ค่อยออกมาด้านนอก จึงทำให้ทุกคนหรือชาวบ้านในละแวกต่างไม่ค่อยเห็นตัวเพราะ นายนันทจักษ์ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จึงทำให้ทุกคนเข้าใจว่าออกไปทำงาน
นางกำไล อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของหรั่ง ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของแม่นายนันทจักษ์ ที่เคยถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวน้องต่อ วัย 8 เดือนที่หายตัวไปจาก นิ่มและพุด ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า ยังมีความโกรธเคืองอยู่ โดยในโดยบ้านของนายนันทจักษ์ ผู้ต้องหานั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามของตนเท่านั้น ซึ่งตอนที่เกิดเรื่องในช่วงแรก ก็มีคนพูดอยู่แล้วว่าและมีเสียงลือจากชาวบ้านว่าบ้านของนายนันท์จักษ์ เป็นคนอุ้มน้องต่อไป ซึ่งสร้างความแคลงใจให้กับชาวบ้านอยู่แล้ว
และยังเป็นที่น่าผิดสังเกตคือก่อนหน้านี้ จากที่เคยติดกล้องวงจรปิด แต่ปรากฏว่ามีคดีน้องต่อขึ้นมา วงจรปิดทั้งหมดก็หายไป แล้วพอภายหลังจากที่มีเรื่องขโมยทารกออกจากโรงพยาบาล จึงทำให้ชาวบ้านยิ่งสงสัยและไม่คาดคิดว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ
ทั้งนี้ในช่วงสายเจ้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 7 จะเดินทางมาตรวจสอบยังบ้านของนายนันทจักษ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม




