กรมโลกร้อน ขานรับนโยบายสิ่งแวดล้อม รมว.พัชรวาท พร้อมเร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero ภายในปี 2065 เล็งยกเลิกผลิตพลังงานเชื้อเพลิงถ่านหิน ภายในปี ค.ศ 2050

13 ก.ย. 66 – นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า

หลังจากที่ได้มีการแถลงนโยบายรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อมของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทส. เมื่อวันที่ 11-12 กันยายนที่ผ่านมานี้ ซึ่ง รมว.ทส. ได้ย้ำถึงการรับมือในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 นั้น

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้มีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ตามเป้าหมาย NDC พ.ศ.2564 – 2573

ประกอบด้วย ภาคพลังงานและขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ภาคของเสีย และภาคการเกษตร เพื่อกำหนดรายละเอียดมาตรการที่สำคัญ และคาดว่าจะนำเสนอ ครม. ในปลายปีนี้ สำหรับมาตรการภาคพลังงานที่สำคัญ คือ การเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ.2045 และยกเลิกผลิตพลังงานเชื้อเพลิงถ่านหิน ภายในปี ค.ศ 2050

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีการปรับปรุงแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 6 สาขา

ได้แก่ การจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ เพื่อใช้ในการวางแผนจัดการพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะบูรณาการประเด็นด้านการปรับตัว เข้าสู่นโยบายและแผนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

อธิบดีกรมสส. กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกทั้งยังมีคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ ปลัดทส. เป็นเลขานุการ และมีกรมสส. เป็นฝ่ายเลขานุการ เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

รวมถึงปรับปรุงร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อเป็นกลไกการบังคับและส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมาย และยกระดับความสามารถในการปรับตัว ฟื้นตัว สร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสร้างรายได้และโอกาสในการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่การพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ ภายในปี 67

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน