พร้อมเข้ากรุงฯร้องขอความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัด ดับเครื่องชนร้องถูกหัวหน้าบีบเซ็นลาออก หลังร้องเพื่อนร่วมงานขับรถตู้ของหลวงไปซื้อยาเสพติด ยันเจอความอยุติธรรม เอาเรื่องให้ถึงที่สุด
วันที่ 20 ก.ย.2566 จากกรณีเพจ “สายไหมต้องรอด” โพสต์ข้อความระบุ “จนท.กระทรวง วธ.จังหวัด..ขับรถหลวงแวะซื้อยาบ้าดูด เพื่อนร่วมงานรู้เรื่อง แจ้ง หน. สุดท้ายคนแจ้งโดน หน.เล่นงานไม่ต่อสัญญา”
โดยเรื่องนี้ที่จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ ซึ่งถูกเลิกจ้าง เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เป็นพนักงานจ้างเหมารายปี ประจำตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานพิธีของวัฒนธรรมจังหวัด ที่ไปร้องขอความเป็นธรรมกับเพจ สายไหมต้องรอด เพื่อต้องการร้องขอความเป็นธรรมให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ถูกยกเลิกสัญญาจ้างอย่างไม่ยุติธรรม แถมยังถูกบังคับให้เซ็นใบลาออก
“เพียงเพราะไปร้องเรียนถึงพฤติกรรมอันฉาวโฉ่ของเจ้าหน้าที่ในสังกัดรายหนึ่ง มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แถมยังใช้รถตู้หลวงเป็นยานพาหะนะในการซื้อยา เพื่ออำนวยความปลอดภัยให้แก่ตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ในสังกัดอีกคนร่วมรู้เห็นเป็นใจ ขับรถพาไปจอดแวะซื้อยามาดูดทั้งที่ยังอยู่ในเวลาทำงาน ผมมีหลักฐานจากกล้องหน้ารถตู้ที่มีการใช้รถหลวงไปจอดแวะรับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนใกล้วัด เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อผมและเพื่อนร่วมงานเห็นคลิปนี้ก็รับไม่ได้ ที่มีคนในที่ทำงานเดียวกันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงไปแจ้งกับผู้บังคับบัญชาทราบ แต่กลายเป็นว่า วันต่อมา ผมและเพื่อนร่วมงานที่รู้เรื่องนี้ด้วยกันทั้ง 3 คน ถูกเรียกให้ไปตรวจปัสสาวะเฉย แต่กับผู้ที่ถูกร้องเรียนไม่มีการนำตัวมาตรวจ แถมยังอ้างด้วยว่า เขาขอลางาน”
เจ้าหน้าที่คนเดิม เล่าต่อว่า เคยถามเหตุผลกับผู้บังคับบัญชาว่า ทำไมไม่มีการนำตัวผู้ที่ตนร้องเรียนมาตรวจปัสสาวะด้วย ได้คำตอบว่า มีการพูดคุยกับผู้ปกครองของเจ้าหน้าที่คนนั้นแล้ว ซึ่งให้คำตอบว่า ยอมรับลูกของเขา เคยติดยาเสพติดมาก่อน และกำลังอยู่ในช่วงของการบำบัดเพียงแค่นั้น โดยไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ แต่กลายเป็นว่าผู้บังคับบัญชาเกิดความสงสารเมตตา บอกกับตนว่า ผู้บำบัด คือผู้ป่วย ต้องให้โอกาสอย่างหน้าตาเฉย
“ผมทำงานอยู่ที่กระทรวงนี้มานานถึง 5 ปี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ผมหดหู่ใจมากแทนที่ท่านจะแก้ไขกลับไม่แก้ กลับมาว่ากล่าวผมและเพื่อนหาว่าพวกผมไปหาเรื่องลั่นแกล้งผู้ร่วมงานด้วยกันอีก ตอนนี้พวกผมเครียดมากเลย ถูกบีบคั้นโดนหาว่ากระด้างกระเดื่องและโดนกลั่นแกล้งสารพัด พวกผมกะว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้แล้วนะพยายามที่จะอยู่อย่างเงียบๆแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกความอยุติธรรมเข้าทำร้าย
เขาบีบให้ผมและเพื่อนร่วมงานอีก 2 คนเซ็นใบลาออก พร้อมยกเลิกสัญญาจ้าง ด้วยข้อหาไม่ปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างด้วย เมื่อไม่มีความยุติธรรมทำดีให้กับองค์กรแบบนี้ แล้วยังไม่ได้ดี พวกผมก็จะร้องเรียนให้ถึงที่สุด”
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยัง หัวหน้าวัฒนธรรมจังหวัดเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ได้รับคำตอบว่า ยังไม่สะดวก เนื่องจากเดินทางมาปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯ


