ตรัง มหากาพย์ มัสยิดกลาง ยุคพี่ชายชวน นั่งนายกอบจ. ถมงบหลวง 100 ล้าน สร้าง15ปีไม่เสร็จ-ไม่ได้ใช้ประโยชน์ สตง.ชี้ละเมิด ไม่มีอำนาจสร้าง ต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย 82 ล้าน

10 ธ.ค. 66 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการที่ อบจ.ตรัง สมัย “ครูกิจ” นายกิจ หลีกภัย นั่งเก้าอี้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ตรัง ใช้งบประมาณโดยผ่านสภาฯ เริ่มแรกเมื่อปี พ.ศ.2552 ในการปรับพื้นที่ จำนวน 10 ล้านบาท และอีก 25 ล้านบาท

ในการก่อสร้างตัวอาคารมัสยิดกลาง จ.ตรัง หรือโครงการก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลาม ประจำ จ.ตรัง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จนถัดมาทาง อบจ.ตรัง ได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณในการปรับปรุงสถานที่ไปแล้วเกือบ 100 ล้านบาท หรือประมาณ 82,184,972 บาท

แม้กระทั่งก่อนที่ นายกิจ หลีกภัย จะหมดวาระลง ได้ทิ้งทวนตั้งงบประมาณถมลงไปอีกประมาณจำนวน 8,842,000 บาท เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์

แต่ปรากฏว่า ระยะเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันกว่า 15 ปีแล้วนั้น มัสยิดกลางดังกล่าว ยังคงไม่แล้วเสร็จลุล่วงสมบูรณ์ หรือมีการได้เปิดใช้เพื่อปฏิบัติศาสนกิจได้ตามวัตถุประสงค์ จนยังไม่สามารถดำเนินการส่งมอบให้กับทางคณะกรรมการกลางอิสลาม จ.ตรัง นำไปใช้ประโยชน์ได้

จนปัจจุบันทำให้ตัวอาคาร อุปกรณ์หลายส่วน เกิดการชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา มีหญ้าและวัชพืชปกคลุมพื้นที่ ต่อมา “โกเล้ง” นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วน จ.ตรัง (ปัจจุบัน) ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งถัดจาก นายกิจ หลีกภัย จึงได้มีการใช้งบประมาณผ่านสภาฯ จำนวนประมาณ 2 ล้านบาทในการปรับปรุงหลังคาเนื่องจากมีน้ำรั้วจนฝ้า เพดานและตัวอาคารด้านในได้รับความเสียหาย

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดตรัง และภาค 9 รวมทั้งสำนักงาน สตง. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทั้งนายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง ได้ทำหนังสือร้องไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 14 (จังหวัดนครศรีธรรมราช) เพื่อให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างมัสยิดดังกล่าว จนกระทั่งมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ ที่ ตผ 0064 นศ/314 ลงวันที่ 16 ต.ค.66

ระบุว่า “ได้มีการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ผลการตรวจสอบปรากฏว่า มีข้อบกพร่อง เนื่องจากการดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฎิบัติราชการ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ จึงได้แจ้งข้อบกพร่องให้ผู้ว่าราชการ จ.ตรังดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปแล้ว”

น.ส.ลัดดาวรรณ เดชประสิทธิ์ รักษาการท้องถิ่น จ.ตรัง สำนักส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ตรัง เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนตามขบวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง ในฐานะผู้กำกับดูแลองค์การบริหารส่วน จ.ตรัง (อบจ.) ได้รับแจ้งหนังสือจากสำนักงาน สตง.ภาคที่ 14 กรณีมัสยิดกลาง จ.ตรัง ว่ามีการตรวจสอบแล้วได้ความในลักษณะว่า มัสยิดกลาง จ.ตรัง ที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สตง.ให้ความเห็นว่า ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบจ.ตรัง

ซึ่งในทางหน่วยตรวจสอบเห็นว่า กรณีที่ดำเนินการไป อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ ก็มีประสงค์ที่จะให้ดำเนินการในส่วนของการดำเนินการทางละเมิด ก็คือให้ชดใช้เงินส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย หรือตามอำนาจหน้าที่ของ อบจ.ตรัง ประมาณ 82 ล้านบาท

ซึ่งเรื่องก็ได้ส่งผ่านมาทาง ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง ในส่วนของผู้ว่าฯ ก็ได้นำแจ้งไปยัง อบจ.ตรัง ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานรัฐ ตาม พรบ.ละเมิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะดำเนินการในส่วนตามความเห็นของ สตง.ภาคที่ 14

ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการก็จะเป็นทาง อบจ.ตรัง ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบว่ามูลเป็นไปตามที่ สตง.ได้มีการทำความเห็น หรือให้ข้อสังเกตมาหรือเปล่า แล้วกรณีที่เกิดความเสียหายตามที่ สตง. ได้ชี้มาก็จะต้องดำเนินการในส่วนของการหาผู้ชดใช้ เพื่อที่จะนำเงินของรัฐที่เสียไปมาคืนรัฐ

ซึ่งขั้นตอนนี้อยู่ในขบวนการดำเนินการของ อบจ.ตรัง ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าการดำเนินการในทางของเอกสาร เรื่องของการชี้แจ้งไปยัง สตง. จะใช้สิทธิว่าอยากจะยืนยันเรื่องของอำนาจหน้าที่ให้ สตง.ได้ทราบว่าที่ก่อสร้างไปแล้ว อบจ.เองคาดว่าจะถูกต้องหรือจะยังไง ก็ต้องรอทาง สตง. ให้ความเห็นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

อีกประเด็นในทางข้อกฎหมายก็มีความตกบกพร่องว่าเมื่อทาง อบจ.ตรัง ได้รับหนังสือก็ได้ทำหนังสือมาหาผู้ว่าฯ โดยขอให้ผู้ว่าฯ วินิจฉัยว่าสิ่งที่อบจ.ก่อสร้างไปจะอาจจะถูกต้อง ก็เป็นเงื่อนไขของข้อกฎหมายอีกกฎหมายหนึ่งว่าด้วยการรับเงินเบิกจ่ายเงิน

แต่ว่าทาง ผู้ว่าฯ เอง โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ก็มีความเห็น และทาง ผู้ว่าฯ ก็ได้แจ้งไปทาง อบจ.ตรัง ว่าเมื่อตรวจสอบขบวนการที่จะให้ ผู้ว่าฯ วินิจฉัย ว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ ยังไม่เห็นว่า อบจ.ตรัง ได้ดำเนินการชี้แจงไปยัง สตง. ก่อนตามขั้นตอน และวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่ตัวระเบียบกำหนดไว้

ซึ่งทาง ผู้ว่าฯ ก็ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง นายก อบจ.ตรัง ไปว่า คงจะไม่สามารถวินิจฉัยตามที่กฎหมายกำหนดให้ได้ เนื่องจากว่า อบจ.ตรัง ยังไม่ได้ดำเนินการชี้แจงเรื่องนี้ไปยัง สตง.ก็ต้องกลับไปที่ อบจ.ตรัง จะต้องไปดำเนินขบวนการพิจารณาว่าจะเลือกใช้ช่องทางไหน คือจะชี้แจงไปยัง สตง.ก่อน

แต่หากชี้แจงก่อน ระเบียบเบิกจ่ายเงินปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว จะมาเสนอให้ผู้ว่าวินิจฉัยให้ว่าสิ่งที่ก่อสร้างไปชอบแล้วหรือไม่ ก็ต้องงดไปในทางกฎหมาย เพราะกฎหมายตัวระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน ซึ่งกำหนดข้อ 103 ให้อำนาจผู้ว่าฯ ในการวินิจฉัยและโต้แย้งกับ สตง.ได้นั้น ปัจจุบันไม่มีกฎหมายนี้อยู่แล้ว และจะต้องไปดูตาม พรบ.วินัยการเงินการคลัง 2561

ส่วนในประเด็นการตรวจสอบในเรื่องที่ทีมผู้บริหารชุดใหม่ ได้ใช้เงินประมาณเข้าไปเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มเติมนั้นยังไม่เห็นหนังสือจากผู้ตรวจสอบ ว่ามีขาดตกบกพร่อง หรือใช้อำนาจถูกต้องหรือไม่ ส่วนเรื่องอายุความนั้นมีอายุความ 10 ปี แต่ปรากฏว่าระยะเวลาผ่านมานานกว่า 15 ปี ซึ่งล่วงเลยมาแล้วนั้น

ปัจจุบันก็เป็นผู้บริหารชุดใหม่ ชุดเก่าก็หมดวาระไปแล้ว การดำเนินการก็อาจจะตกไปอยู่กับผู้ที่มารับช่วงต่อในการรับผิดชอบต่อ ซึ่งว่าด้วยทางกฎหมาย แต่อย่างไรก็ยังอยู่ในขั้นตอนของขบวนการของกฎหมาย ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน