สาวร้องถูกน้องออนิวเมาแล้วขับชน อาการสาหัสปางตาย หมดตัวกับการรักษา ต้องกู้ยืม กลับไปทำงานไม่ได้ ผ่านมา 6 เดือนคดีไม่คืบ

วันที่ 10 ม.ค. 2567 จากกรณีที่มีรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ ขับข้ามเลนมาชนกับรถจักยานยนต์ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่จังหวัดเชียงราย น.ส.จิดาภา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านขายของอยู่ที่จังหวัดเชียงราย วันเกิดเหตุคือเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2566 เวลาประมาณ 22.00 น.

ตอนนั้นตนลืมของที่บ้าน จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปกับพี่สาวของแฟน ในระหว่างขากลับ รถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ ของคู่กรณีเมาและขับรถข้ามเลนมาชนรถตน และรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง หลังจากชน ตนและพี่สาวก็กระเด็นไปคนละทาง

ตนรวบรวมสติ ถามอาการพี่สาวก็พบว่าพี่สาวขาหัก เช่นเดียวกับตน ส่วนคู่กรณีตำรวจเป่าตรวจแอลกอฮฮล์ได้ 50 มิลลิกรัม

จากนั้นไม่นานตนก็หมดสติไป มารู้ตัวอีกทีตอนอยู่โรงพยาบาล และพบว่ากะโหลกศีรษะแตก หน้าผากเป็นแผลเปิดขนาด 15 เซนติเมตร มีแผลขนาดใหญ่ที่แขนขวา นิ้วหนัก ขาหัก และสะโพกหลุด
ส่วนพี่สาวแฟนขาหัก สะโพกหัก ส้นเท้าหาย เนื้อเน่าต้องเข้าผ่าตัดทุก ๆ 3 วัน

ทางคู่กรณีนั้นมาเยี่ยมหลังจากที่ชน 1 วัน และ จากนั้นถัดไปอีก 2-3 วัน ก็มาเยี่ยมอีกครั้ง มาเยี่ยมครั้งละประมาณ 10 นาที มีซื้อนม ขนม และผลไม้มาให้นิดหน่อย โดยตนนอนที่โรงพยาบาล 22 วัน พี่สาวแฟนนอนโรงพยาบาล 24 วัน จากนั้นเขาก็ไม่เคยโทรมาถามไถ่อาการอีกเลย

ต่อมาวันที่ 31 ส.ค. 2566 หลังจากที่ตนออกจากโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนัดมาคุย ตนจึงถามคู่กรณีว่า พี่สามารถเยียวยาได้เท่าไหร่ เขาบอกว่าให้ได้แค่คนละ 100,000 บาท มากกว่านี้คงให้ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินแล้ว ตัวเขาเองก็ซ่อมรถหมดไปประมาณ 200,000 บาท

ตนไม่โอเคกับจำนวนเงินดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ของตน เขาจึงจ่ายค่ารถจักรยานยนต์ให้เป็นจำนวนเงิน 48,000 บาท แลกกับตนโอนรถจักรยานยนต์ให้เขาไป หลังจากนั้นเขาก็กลับไปใช้ชีวิตของเขาตามปกติไปเปิดร้านขายแกง 2 ร้าน ไปเที่ยวตามปกติ

ในขณะที่ตนต้องหมดเนื้อหมดตัว ขายทองที่ซื้อเก็บไว้ 7 บาท เป็นเงินประมาณ 200,000 บาท ในการรักษาตัว ค่าทนาย และภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ งานก็ทำไม่ได้เพราะยังเดินไม่ได้ อีกทั้งนิ้วนางขวาก็ใช้การไม่ได้ เสียความมั่นใจ ช่วง 2-3 เดือน

ตนไม่กล้าแม้แต่จะดูกระจกเพราะบาดแผลบนใบหน้า จนถึงตอนนี้ยังต้องรักษาอยู่ ส่วนพี่สาวเองตอนนี้ก็ยังคงเดินไม่ได้ ทำให้พี่ชายจะต้องลาออกจากงานประจำมาดูแล เพราะยังไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ สุดท้ายก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาประมาณ 60,000 บาท

ผ่านมา 6 เดือน ทนายตนโทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี ในขณะที่ผู้เสียหายอีกคันหนึ่งได้รับค่าเสียหายเพียงแค่ 30,000 บาท และคู่กรณีพูดมาว่า ถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็ไปฟ้องเอา

ตนทำงานหาเงิน เก็บออมมาเพื่อสร้างอนาคต แต่ต้องมาหมดตัวไปกับการรักษาตัว ตอนนี้ตนได้แต่หวังการเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้หวังจากคู่กรณีแล้ว ส่วนตำรวจก็ทำงานช้ามาก ผ่านมากว่า 6 เดือน คดียังไม่คืบ

สุดท้ายนี้ตนอยากฝากถึงคู่กรณีว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก อย่าไปเมาแล้วขับ หากมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพราะตอนนี้ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกแล้ว ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ตนก็กลัวไปหมดเวลาขับขี่รถ ไม่อยากให้ใครเจอแบบตน เพราะหากวันนั้นตนอยู่ไกลเมืองก็อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน