ตำรวจไซเบอร์บุกจับ 2 เครือข่ายไฮบริดสแกม ปลอมเฟซบุ๊กเป็นฝรั่งหน้าตาดี ทักแชทหญิงวัยทอง ตุ๋นลงทุน ซื้อขายเหรียญสกุลเงินดิจิทัล หมดเกือบ 5 แสน
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2567 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์กุล ผกก.กก.1 บก.สอท.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.5 จับกุมนายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่จ.1318 วันที่ 4 ธันวาคม 2566
น.ส.ยุพา (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่จ.1319 วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สืบเนื่องจากเดือนกรกฎาคม 2566 ผู้เสียหายเป็นอดีตข้าราชการหญิงในพื้นที่อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกมิจฉาชีพใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมเป็นชายหน้าตาดี ขอเพิ่มเพื่อน เพื่อทักแชทมาพูดคุยแล้วขอให้แอดไลน์
จากนั้นก็คุยมาตลอด ผ่านไประยะหนึ่ง มิจฉาชีพสร้างความเชื่อใจแก่ผู้เสียหาย อ้างว่าตนประกอบธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และเป็นนักลงทุนการซื้อขายเหรียญสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมีผลตอบแทนมั่นคง จนทำให้มีฐานะดี
มิจฉาชีพส่งภาพหลักฐานที่ปลอมขึ้นเพื่อทำให้ผู้เสียหายเห็นยอดเงินที่เข้ามา จนเชื่อว่าได้กำไรจากการลงทุนจริง
ต่อมามิจฉาชีพชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อขายเหรียญสกุลเงินดิจิทัล โดยส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ผู้เสียหายลงทะเบียนเสร็จ ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่แจ้ง เริ่มจาก 10,000 บาท
จากนั้นผู้เสียหายได้รับกำไรเพิ่มขึ้น จึงได้ลงทุนครั้งที่ 2 15,000 บาท ครั้งที่ 3 14,000 บาท ครั้งที่ 4 จำนวน 100,000 บาท และครั้งที่ 5 อีกจำนวน 320,000 บาท
ระหว่างลงทุน หากผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพจะแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้จนกว่าจะลงทุนถึงยอดขั้นต่ำที่กำหนด สุดท้ายโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 459,000 บาท แต่ไม่เคยถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงปรึกษากับเพื่อนจึงรู้ตัวว่าโดนหลอก และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวมพยานหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ 2 ราย ที่หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.สอท.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป