โชเฟอร์แท็กซี่ น้อยใจตำรวจ ไม่แจ้งข้อหาหนัก คนร้ายใช้ขวานฟันชิงรถ ผกก.แจง สอบเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม
จากกรณี นายชินพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ขับรถแท็กซี่ เข้าร้องเรียนกับ เพจ สายไหมต้องรอด หลังถูก นายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี คนร้ายในคราบผู้โดยสารใช้ขวานฟันศีรษะ ลำคอ แขน รวมถึงหน้าอก เพื่อหวังเอาทรัพย์สิน แล้วชิงรถหลบหนีไป เหตุเกิดพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัวติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้ พนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีการแจ้งข้อกล่าวหา แค่ทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายชินพัฒน์ มองว่าเป็นพฤติกรรมหวังเอาชีวิต จึงอยากให้คนร้ายได้รับโทษถึงที่สุด
หลังรับเรื่องร้องเรียน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย ประสานไปยัง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดี
พร้อมประสานพนักงานสอบสวน ให้สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา เพิ่มเติมกับผู้ต้องหา นอกจากนี้อาจต้องรอผลการรักษาของทางแพทย์ถึงอาการบาดเจ็บของผู้เสียหายมาประกอบในสำนวนคดี
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 29 ม.ค.2567 ที่สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายชินพัฒน์ อายุ 50 ปี ผู้เสียหาย พร้อมภรรยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี หลังออกจากโรงพยาบาล
นายชินพัฒน์ เปิดเผยว่า หลังได้รับฟังคำชี้แจงจากทาง พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา รู้สึกพอใจและเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งทำงานได้รวดเร็วมากในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้
ก่อนหน้านี้ตนเองได้ทราบจาก ช่องทางสื่อต่างๆทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความน้อยใจไม่ว่า ทำไมไม่มีการ ตั้งข้อหาพยายามฆ่าด้วย ทั้งที่ตนเองนั้นถูกคนร้ายกระหน่ำฟันหมายปองเอาชีวิตจนบาดเจ็บสาหัสถึงกับนอนโรงพยาบาลหลายวัน จึงเข้าไปร้องเรียนกับทางเพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยติดตามในเรื่องของคดี
พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา กล่าวว่า ได้พูดคุยอธิบาย ผู้เสียหายถึงขั้นตอนของทางกฎหมาย และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้ครั้งแรก ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ พาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ตามพยานหลักฐานเพื่อใช้ในการออกหมายจับผู้ต้องหา
ซึ่งในวันนี้จะมีการสอบเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าพบว่ามีหลักฐานแน่ชัดหรือพยานหลักฐานอื่น เราจะไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มให้กับผู้ต้องหาในเรือนจำต่อไป ในเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพ