เขื่อนจีน ปล่อยน้ำระลอกใหญ่ ทำ แม่น้ำโขง ผันผวนหนัก ชาวบ้านโวยไกหลุดหายชั่วข้ามคืน ขาดรายได้ประจำปี ชาวประมงโอดปลาหายเกลี้ยง
วันที่ 30 ม.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ Mekong Dam Monitor เผยแพร่ข้อมูลว่า ระดับอ่างเก็บน้ำของเขื่อนเสี่ยววานของจีน ระหว่างวันที่ 15-21 ม.ค.ที่ผ่านมา ลดลงประมาณ 4.7 เมตร ส่งผลให้มีการปล่อยน้ำเกือบหนึ่งพันล้าน ลบ.ม. ลงสู่ท้ายน้ำ ระหว่างวันที่ 23-26 ม.ค.ที่ผ่านมา และระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว วัดระดับได้ ณ ท่าเชียงแสน ประเทศไทย ที่อยู่ท้ายน้ำห่างจากเขื่อนเสี่ยววานระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร

Mekong Dam Monitor รายงานด้วยว่า การปล่อยน้ำเช่นนี้ส่งผลเสียต่อการอพยพของปลา การทำการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำ และการดำรงชีวิตของผู้คนหลายสิบล้านคนที่อาศัยอยู่ตลอดเส้นทางแม่น้ำ และคาดว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขื่อนเสี่ยววานจะปล่อยน้ำปริมาณ 5 ถึง 7 พันล้าน ลบ.ม. สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า จากการมอนิเตอร์ระดับน้ำและความขุ่นของน้ำมาโดยตลอด พบว่าเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์น้ำโขงขุ่น โดยผลการวัดความขุ่นของน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- แม่น้ำโขงกำลังป่วย นักธรรมชาติวิทยา เดินเท้าพัน กม. รณรงค์ร่วมเยียวยา ชวนเรียนรู้
- เสียงสะท้อน คนริมโขง ผู้นำท้องถิ่นน้อยใจ รัฐไม่เคยฟังชาวบ้าน จีนยันไม่ได้ทำน้ำแล้ง
ซึ่งในวันที่ 18 ม.ค. วัดความขุ่น อยู่ที่ระดับ 23 ซม. และในวันที่ 19 ม.ค. ระดับความขุ่นอยู่ที่ 8 ซม. และตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. ความใสเพิ่มขึ้น โดยวัดความขุ่นได้ 14 ซม. จนกระทั่งวันที่ 29 ม.ค. วัดความขุ่นได้ 40 ซม.
ขณะที่ระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลง โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำ อ.เชียงของ อยู่ที่ 1.42 เมตร วันที่ 25 ม.ค. ระดับน้ำสูง 1.80 เมตร และในวันที่ 29 ม.ค. ระดับน้ำอยู่ที่ 1.77 เมตร

นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า จากการเฝ้าสังเกตพบว่าใน 10 วันที่ผ่านมา น้ำในแม่โขงมีความผันผวน และช่วงเวลาหนึ่งมีความขุ่นที่เกิดขึ้นมาก ซึ่งน่าจะเกิดจากการระบายตะกอนจากเขื่อนตอนบนแม่น้ำโขงในประเทศจีน ในช่วงหัวน้ำที่ส่วนใหญ่จะเป็นตะกอน และตามมาด้วยมวลน้ำจำนวนมาก
เพราะแม้ว่าในช่วงนั้นจะมีฝนตก แต่จากการสังเกตพบว่าแม่น้ำสาขายังใสอยู่ แต่จู่ๆแม่น้ำโขงกลับความขุ่นเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เทียบได้กับฤดูน้ำหลาก และพบว่าหลังจากนั้นน้ำจะใสขึ้นอย่างฉับพลันเช่นกัน
“ความผันผวนที่น้ำขุ่นและระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ ไก หรือ สาหร่ายแม่น้ำโขง ที่กำลังเกิดขึ้นจำนวนมากหลุดหายไปในทันที ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านจำนวนมากทั้งสองฝั่งน้ำโขงกำลังเก็บไก เพราะเป็นช่วงฤดูการเก็บไก ที่จะเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนของคนชุมชน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันไม่สามารถเก็บไกได้เลย ต้องรออีกไม่น้อยกว่า 1-2 สัปดาห์ กว่าไกจะยาวพอที่จะเก็บได้อีกครั้ง ชาวบ้านจะเผชิญกับความผันผวนไม่แน่นอนของสภาพแม่น้ำโขงที่ต้องปรับตัวไปตามการปล่อยน้ำและกักน้ำของเขื่อน เป็นสถานการณ์ปัจจุบันอีกสถานการณ์หนึ่งของคนลุ่มน้ำโขง ที่ไม่สามารถกำหนดอะไรได้”นายจีระศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ชาวบ้านหาดไคร้รายหนึ่งใน ต.เวียง อ.เชียงของ กล่าวว่า ในช่วงน้ำผันผวนตนกำลังจกไกหรือเก็บไกได้จำนวนมาก และมีคำสั่งสั่งซื้อวันละ 10 แตะ สร้างรายได้ขั้นต่ำ 1,000 บาท เมื่อไกหลุดจึงไม่สามารถส่งไกแห้งให้ลูกค้าได้ และไม่แน่ใจว่าในปีนี้จะมีช่วงที่เก็บได้อีกหรือไม่ น้ำที่ขุ่นและยกตัวสูงเป็นปัญหาต่อการเกิดไกในแม่น้ำโขง แต่ยังหวังว่าในปีนี้จะสามารถเก็บได้อีก

ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านบ้านสบกก อ.เชียงแสน รายหนึ่ง กล่าวว่า ในปีนี้พบว่าปลาในแม่น้ำโขงลดลงมากจนหาแทบไม่ได้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าน้ำในหนองในหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งไม่มีปลา ตนเองอายุ 60 กว่าปี มีอาชีพหาปลาที่พอเลี้ยงตัวเลี้ยงครอบครัวได้ แต่ในปีนี้หาแทบไม่ได้เลย ต้องออกไปรับจ้างเป็นลูกจ้างตระเวนตัดต้นไม้ตามเสาไฟฟ้ากับการไฟฟ้าภูมิภาคซึ่งแล้วแต่เขาจะพาไป มีงานรับจ้างอะไรก็ต้องไปเพื่อให้มีรายได้ประทังชีวิต