อธิบดีกรมอุทยานฯ แจงปมย้าย หัวหน้าฯสลักพระ เหตุปล่อยไฟไหม้ป่า จ.กาญจนบุรี ลุกลามหลายจุด บานปลายคุมไม่ได้ ไม่เกี่ยวเรื่องค้านแนวอุโมงค์ผันน้ำ
เมื่อวันที่ 7 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงนามในคำสั่งกรมอุทยานฯที่ 522/2567 ลงวันที่ 6 ก.พ.67 ให้ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ส่วนประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นั้น
นายอรรถพล เปิดเผยว่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี เกิดเหตุไฟไหม้ป่าลุกลามขึ้นหลายจุด บางพื้นที่มีสถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น และพบว่ามีจุดความร้อน เกิดขึ้น 34 จุด พื้นที่ไฟไหม้สะสมรวม 231 จุด สูงสุดกว่าทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และปล่อยให้ลุกลามบานปลายไม่สามารถควบคุมได้
ทั้งที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ กำหนดนโยบายและแนวทางในการป้องกันควบคุมไฟป่าไว้อย่างชัดเจนว่า มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่กำชับหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกแห่งอย่างเข้มงวดแล้ว
ดังนั้น จึงลงนามในคำสั่งย้ายหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เพื่อความเหมาะสมในการป้องกันไฟป่าต่อไป ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นข่าวที่ว่า นายไพฑูรย์แสดงการคัดค้านแนวอุโมงค์ผันน้ำ ผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระแต่อย่างใด
นอกจากนี้ นายอรรถพล มอบหมายให้ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ลงพื้นที่ สถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ จ.กาญจนบุรี ในวานนี้ (6ก.พ.) เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
พบว่ามีจุดความร้อน 9 จุด จึงลงพื้นที่บินตรวจไฟป่า พร้อมบัญชาการจัดชุดระดมกำลังพลเข้าพื้นที่ดับไฟ 180 นาย ในพื้นที่ 7 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เสือไฟ เจ้าหน้าที่ไฟป่า และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองการบิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับการพบจุดความร้อนทำให้เกิดไฟป่าขึ้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนั้น เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ลักลอบเผาเพื่อต้องการล่าสัตว์ป่าและการเก็บหาของป่าให้ง่ายขึ้น จุดความร้อนที่ทำให้เกิดไฟป่าจึงมักเกิดขึ้นบนภูเขาทำให้ยากต่อการเข้าไปดับได้ทันท่วงที
ทั้งนี้อธิบดีฯ สั่งการให้หัวหน้าป่าอนุรักษ์ที่มีสถานการณ์ไฟป่าที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง ให้ทำการประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการเกิดไฟป่าลุกลาม และให้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติงาน นโยบายด้านการป้องกันไฟป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้เพิ่มความเข้มงวดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และต้องประสานแจ้งข้อมูลกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ให้รับทราบถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย


