นครราชสีมา ค่าฝุ่นพิษพุ่งไม่หยุด กระทบสุขภาพ นายอำเภอพิมาย สั่งปูพรมรณรงค์งดเผาตอซังข้าว ชวนเกษตรกรไถกลบ ลดฝุ่น PM2.5
9 ก.พ. 67 – ที่แปลงนา บ้านโนนกระซัง ตำบลกระเบื้องใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวตำบลกระเบื้องใหญ่ ร่วมรณรงค์งดจุดไฟเผาตอซังข้าว หันมาใช้วิธีไถกลบตอซัง

เพื่อป้องกันและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเผาพื้นที่ป่าไม้และเผาวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมแปลงปลูกพืชในฤดูเพาะปลูกถัดไป อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ นำไปสู่ภาวะโลกร้อน
รวมทั้งยังทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลง เกิดการสูญเสียของน้ำในดิน อินทรียวัตถุ-ธาตุอาหารและแมลงที่เป็นประโยชน์ในดินถูกทำลาย ส่งผลให้พื้นที่ป่าหรือแปลงเกษตรเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

ทางอำเภอพิมาย จึงเร่งขับเคลื่อนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยทำความเข้าใจพี่น้องเกษตรกรให้เห็นถึงโทษและผลเสียของการเผาตอซังหรือซากพืชผลทางการเกษตร ให้หันมาพักหน้าดินด้วยการปลูกปอเทือง แล้วจึงไถกลับหน้าดิน ให้ซากปอเทืองกลายไปเป็นปุ๋ยพืชสด เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีไนโตรเจนสูง รวมถึงมีสารอาหารอื่นๆ ด้วย เป็นการเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดิน

ซึ่งแม้ว่าจะเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นบ้าง แต่เกษตรกรจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว สามารถปลูกพืชได้งอกงาม เจริญเติบโตให้ผลผลิตดีกว่า ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ยืนยันว่า ปลูกปอเทืองหลังทำนา เมื่อไถกลบได้จะได้ปุ๋ยพืชสดคุณภาพดี ได้สารบำรุงดินเท่ากับปุ๋ยเคมี 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ ทดแทนปุ๋ยเคมี ถือเป็นการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนทำนาได้อีกทาง
ซึ่งวันนี้ตรวจวัดคุณภาพอากาศที่บริเวณสถานีสูบน้ำประตูพลแสน อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 54.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศ พุ่งสูงถึง 145 AQI (Air Quality Index)

ซึ่งค่าฝุ่นมลพิษพุ่งสูงเกินมาตรฐานมาหลายวันแล้ว ประชาชนทั่วไปจึงควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก
ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์