เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายโก เต็ก ชวน อายุ 50 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือเลขที่ จ.448/2560 ลงวันที่ 14 ส.ค.60 ในคดีฉ้อโกง หลังก่อเหตุหลอก น.ส.สิน เฉียว ฉิน อายุ 33 ปี สัญชาติจีน หลังผู้ต้องหาอ้างกับผู้เสียหายว่าจะทำบัตรประชาชนชาวไทยให้ต้องเสียเงิน 800,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงมอบเงินให้แล้วไม่ได้บัตรประชาชน ผู้ต้องหาก็หายหนีไป เหตุเกิดเมื่อเดือนพ.ค.59 โดยตำรวจไปจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้เสียหายมาแจ้งความกับทางสน.ห้วยขวาง โดยเป็นคนจีนที่อยู่ในไทยอย่างถูกกฎหมายกำลังทำเรื่องขอบัตรประชาชนสัญชาติไทยใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำเรื่อง แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถทำบัตรประชาชนให้ด้วยระยะเวลาที่เร็วกว่านี้
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 เวลา 12.30 น. มีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นคนมีสีจำนวน 9 คน มีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ใช้รถยนต์ 4 คัน บุกเข้าไปควบคุมตัว เจ้าของบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่งชื่อนายสุรชัย แซ่ย่าง ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินน้องใหม่ ย่านถนนนวลจันทร์ โดยอ้างว่าเป็นการควบคุมตัวในคดีความมั่นคง ก่อนจะนำผู้เสียหายไปพบกับนายทหารยศพลตรี โดยเรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท แต่ต่อรองเหลือ 2 ล้านบาท สามารถรีดเอาทรัพย์สินได้ 1 ล้านบาท ต่อมาตำรวจสืบสวนจนจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง หนึ่งในนั้นคือนายโก เต็ก ชวน ทางผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวและหลบหนีกลับประเทศสิงคโปร์ไป ก่อนจะเดินทางกลับมาประเทศไทย
รองผบช.ทท. กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายถูก นายโก เต็ก ชวน สัญชาติสิงคโปร์ หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นคดีกับเจ้าพนักงานได้ ผู้เสียหายแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ห้วยขวางและสน.วังทองหลาง โดย สน.ห้วยขวาง ขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ ศาลออกหมายจับที่ จ.448/2560 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2560 จากการสืบสวนทราบว่านายโก เต็ก ชวน ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.มุกดาหาร จึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าวแต่ไม่พบผู้ต้องหา พบเพียงสิ่งของและรถยนต์ของผู้ต้องหา จึงสืบสวนติดตามจนจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่จ.อุบลราชธานี
จากการตรวจสอบพบหมายจับค้างเก่า และยังพบว่าผู้ต้องหาอยู่ในประเทศไทยแบบโอเวอร์สเตย์ อยู่เกินกฎหมายกำหนด 49 วัน เชื่อว่าผู้ต้องหากลับมาน่าจะหาลู่ทางก่อเหตุกระทำผิดในไทยอีก จึงสืบสวนจับกุมได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง แจ้งข้อหาฉ้อโกง และอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่ระยะเวลากำหนดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป