ฉาวอีกแล้ว “อัจฉริยะ” ร้องตั้งกก.สอบวินัย ตร.จราจรกลาง ตั้งด่านเถื่อน เรียกรับผลประโยชน์ ส่งผู้บังคับบัญชา วอน รรท.ผบ.ตร.ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท ผบ.ตร เพื่อร้องขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัย และตรวจสอบให้ความจริงปรากฏ

ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจร้องเรียนว่า ผู้บังคับการจราจรกลาง และรองผู้บังคับการจราจรกลาง บังคับให้ตำรวจ กก.1 บก.จร.ตั้งด่านจุดกวดขันวินัยจราจร-ตรวจแอลกอฮอล์ โดยให้ส่งเงินรายวันเข้าสำนักงานผู้บังคับการจราจรกลาง ผ่านรองผู้บังคับการจราจรกลางเป็นผู้ดำเนินการ

และยังมีกรณี ประชาชนร้องเรียนตำรวจที่ตั้งด่าน กก.1 มีการเรียกรับ, ละเว้น, เป็นด่านเถื่อน ที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยนำชื่อระดับ สว.มาสวม โดยที่ไม่ได้อยู่ที่ด่านจริง และไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย พร้อมกับนำภาพการตั้งด่านที่มีการเรียกรับผลประโยชน์, ไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.อุ้มหาย และผู้ควบคุมไม่ได้อยู่ที่จุดตรวจจริง มาประกอบการร้องเรียน

นายอัจฉริยะ กล่าวว่าตนเองได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร.ว่าถูกผู้บังคับบัญชา บังคับให้มีการตั้งด่าน ให้หาเงินรายวันส่ง โดยมีนายตำรวจยศ พ.ต.ต.เป็นผู้ควบคุมจุดตรวจ ไม่ได้อยู่ที่จุดตรวจจริง อันเป็นการกระทำความผิดทางวินัย ฐานทอดทิ้งหน้าที่

และในการจับกุมผู้ต้องหา ก็ไม่ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย เนื่องจากบางฐานความผิด ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ จึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย เช่นความผิดฐานเมาแล้วขับ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากมีการจับกุมความผิดฐานนี้ ผู้จับกุมต้องทำการบันทึกภาพ และเสียงอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวน และจะต้องแจ้งการจับกุมไปยังพนักงานอัยการ และนายอำเภอแห่งท้องที่ ที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวทราบตามมาตรา22 แห่ง พ.ร.บ.อุ้มหาย หากไม่ปฏิบัติตามก็เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจักต้องกระทำตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

และมีประชาชนที่ถูกจับกุม เห็นเหตุการณ์การเรียกรับผลประโยชน์ โดยมีการต่อรองราคา โดยให้ผู้ต้องหา จะต้องเป็นผู้หาบุคคลอื่น หรือตัวแทนมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม และเรียกรับเงินจากผู้ต้องหา แลกกับการปล่อยตัวไป อันเป็นการกระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ

หรือยอมจะรับทรัพย์สินเพื่อไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งหน้าที่ โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา149 ประกอบมาตรา157 โดยจุดที่เจรจาจะไม่มีกล้องบันทึก แต่สามารถดูได้จากกล้องบันทึกได้ของตำรวจตั้งด่านทุกคน และกล้องที่ด่านตรวจว่ามีการเรียกเป่าเมาแล้วขับกี่ราย และจับกุมกี่ราย

ในวันที่ 9 พ.ค.67 ตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น.ที่จะต้องมีการตั้งด่านบริเวณ ปากซอยรามอินทรา 44/1 พื้นที่รับแจ้งเหตุ สน.คันนายาว โดยมี นายตำรวจ ยศ พ.ต.ต. เป็นผู้ควบคุม แต่มีการเปลี่ยนจุดตรวจ มายังหน้าเรือนจำคลองเปรม ซึ่งเป็นพื้นที่ของสน.ทุ่งสองห้อง

โดยไม่ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ มีการมอบหมายให้ นายตำรวจ ร.ต.อ.สมิทธ์ เป็นผู้เก็บเงินทั้งๆ ที่ไม่หน้าที่ตั้งด่าน และการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งปล่อยรถที่ทำผิดกฎหมายเช่นป้ายแดง โดยไม่เรียกตรวจ การกระทำของขบวนการนี้ สร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

และเรียกรับผลประโยชน์ และทำผิดระเบียบและวินัยอย่างร้ายแรง จึงร้องขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัย และตรวจสอบให้ความจริง ในเรื่องดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน