จากกรณีคนร้ายฆ่าปาดคอ นางสายันต์ จันทรา อายุ 64 ปี และ นายพิพัฒน์ ตั้งพงศ์ทอง หรือเสี่ยกวง อายุ 71 ปี สองสามีภรรยาเศรษฐีตลาดโรงเกลือ และคลองหาด จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจได้จับกุม นายวิชัย หรือต่อ พุ่มเรือง อายุ 45 ปี เป็นผู้ติดตามและคนสนิทนายกเทศมนตรีคนหนึ่ง ได้ที่จุดตรวจบ้านน้ำซับ อ.เมือง จ.สระแก้ว ต่อมา ร.อ.สุเทพ มากสาคร หรือ นายกเต่า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองหาด ออกมาระบุว่า ไม่เกี่ยวกับคดีฆ่าเสี่ยกวง กับเจ๊สายันต์ แต่ยอมรับว่านายวิชัย เป็นลูกน้องและไม่รู้เรื่องปมเงินกู้ 10 ล้าน ที่เป็นชนวนสังหาร
จากนั้นตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน คือนายวิชิต อินทร์แก้ว หรือโล๊ะ และชาวกัมพูชาอีก 2 หลังจากนั้นตำรวจสามารถจับกุม นายนพรุจ รุประมาณ หรือต้อม ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องหาอีกราย ที่ใช้รถกระบะพาทีมฆ่าหลบหนี ตามข่าวที่ได้เสนอมาแล้วนั้น อ่านข่าว : ฆ่าปาดคอ! ผัวเมียเศรษฐีโรงเกลือ ตลาดปลาชื่อดัง รุมแทงไส้ไหล! สยองคาบ้านพัก ตร.ชี้2ปมสังหาร
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มี.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางมาที่สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว โดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่หน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารพรานที่ 13 โดยมี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ให้การต้อนรับ อ่านข่าว : จับแล้ว “ไอ้โล๊ะ” ทีมฆ่าปาดคอผัว-เมียเศรษฐีโรงเกลือ หลังหนีมาร่วม 2 เดือน
ต่อมาคณะทั้งหมดได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 16 ม.10 ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมนำตัวนายวิชิต หรือ โล๊ะ อินทร์แก้ว ผู้ต้องหาอีกคนที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่กัมพูชาสามารถจับตัวได้ขณะกำลังข้ามฝั่งพรมแดนคลองธรรมชาติ ที่ให้การรับสารภาพว่าเป็น 1 ในทีมโดยมีนายพรพจน์ เพ็ญพาส ผวจ.สระแก้ว มาตรวจดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น นายวิชิตได้นำพาชี้จุดริมรั้วด้านหลังบ้านที่ปีนเข้ามา และได้เดินไปเฝ้าดู จากนั้น จึงได้ไปยังจุดที่เจอนางสายันต์ และบอกว่า นายมับ ชาวกัมพูชา ผู้ที่ร่วมทีมเป็นคนลงมือฆ่าปาดคอ และไปค้นรถยนต์ที่จอดด้านหน้าบ้าน จากนั้น จึงได้เข้าไปค้นหาทรัพย์สินในบ้าน ขณะนั้น นายพิพัฒน์กลับมาพอดีทีมสังหารจึงได้ลงมือสังหารโหดอีกครั้ง จากนั้น ทั้งหมดจึงเดินทางแยกกันหลบหนี โดยมีนายต้อมเป็นคนขับรถไปส่งที่บริเวณดอยเต่า บ้านทับพริก และข้ามฝั่งเข้ากัมพูชาเลย
จากการสอบสวนนายวิชิต ให้การรับสารภาพว่า การลงมือในครั้งนี้ นายชาญชัย หรือโก๋ เป็นคนหางาน เพียงแค่ต้องการทรัพย์สิน โดยได้เงินสด 10,000 บาท สร้อยและแหวนเท่านั้น และตนก็ได้ไปซื้ออาวุธมีดที่ตลาดโรงเกลือมา 2 เล่ม โดยมีนายคีและนายมับเป็นผู้ลงมือแทงและเชือด สำหรับทีมงานที่ลงมือในครั้งนี้มี 1.นายชาญชัย ทำหน้าที่จัดหางาน 2.นายวิชิต ร่วมลงมือ 3.นายคี ชาวกัมพูชา ทำหน้าที่มือแทงและเชือด 4.นายมับ ชาวกัมพูชา มือเชือด 5.นายเนียง ชาวกัมพูชา 6.นายนพรุจ ทำหน้าที่รับส่งหลังงานเสร็จ
ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพแค่ว่าเข้ามาลักทรัพย์เพื่อต้องการทรัพย์สิน มีนายมับ ชาวกัมพูชาเป็นคนลงมือเชือด โดยให้การเป็นประโยชน์ต่อทางคดี และที่ว่ามีนักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยหรือไม่นั้น การทำงานของเราทำเป็นทีม ทั้งทหาร ตำรวจ เราประสานพื้นที่ข้างเคียง มีพยานแวดล้อม และผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงได้ทำการออกหมายจับกลุ่มบุคคลทั้งหมด สรุปแล้วว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องธุระกิจ และการเมืองท้องถิ่น ใน 3 ประเด็น
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า และเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลก็ได้อนุมัติหมายจับนายชาญชัย หรือโก๋ ไวนุสิทธิ์ อีก 1 คนแล้ว โดยเป็นคนไทย 3 คน กัมพูชา 3 คน ส่วนที่มีนักการเมืองด้วยหรือไม่นั้น ทางเราก็กำลังสอบสวนอยู่อีกทางหนึ่ง ซึ่งนายโล๊ะ ก็ให้การรับสารภาพอีกว่า ในทีมงานนี้ เคยได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์ที่บ้านพักของนายวิทยา เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เมื่อต้นปีใหม่ที่ผ่านมา ได้เงินไปครั้งนั้น 9 ล้านบาทอีกด้วย






