เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง เนติมา กลิ่นโฉม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าเสียชีวิต ภายในห้องเช่า เลขที่ 73 ม.2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.ท.พงษ์ศิริ เก่งนอก รองผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภ.จว.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 3 ชั้น ที่ชั้นล่างห้องเลขที่ 3 พบศพนางแจ่มศรี ทองชัย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/8 ม.6 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใส่ผ้าถุงนุ่งกระโจมอก นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางห้องข้างเตียงนอน โดยมีบาดแผลที่บริเวณลำคอถูกของมีคมฟันเข้ารอบลำคอจนเกือบขาดและมีรอยแผลถูกฟันบริเวณแผ่นหลังอีก 2 แผล หน้าอก 1 แผล ส่วนที่ศีรษะถูกถังแก๊สปิกนิกทุบจนกะโหลกร้าว เลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง และเริ่มแห้งเกรอะกรัง ศพเริ่มมีกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วเกือบ 2 วัน จากการตรวจสอบทรัพย์สินภายในห้องพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พระหลวงปู่หลิวเลี่ยมทอง ที่ผู้เสียชีวิตถอดเก็บไว้ในกระเป๋าถือกับแหวนทองคำ 2 วง ยังคงอยู่ที่เดิม แต่เงินสดบางส่วนและสร้อยคอมือที่ผู้เสียชีวิตเพิ่งจะทำมาใส่นั้นหายไป
จากการสอบถามนายก้องเกียรติ แพรกสมุทร อายุ 41 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งที่ผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ กล่าวว่า นางแจ่มศรีทำงานที่บริษัทฯ มานาน 7–8 ปีแล้ว ในตำแหน่งแม่บ้านของบริษัท โดยมีนิสัยเป็นคนขยันทำงาน สนุกสนาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และชอบแต่งตัวไปช่วยงานต่างๆ เช่น งานบวช จึงทำให้เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนรวมงานและคนในหอพัก โดยเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา คือตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา นางแจ่มศรีไม่ได้ไปทำงาน ทุกคนก็คิดว่าอาจจะป่วยหรือไปธุระ แต่ก็ผิดปกติเนื่องจากเวลาที่นางแจ่มศรีจะหยุดงาน ก็จะต้องโทรศัพท์มาลางาน
นายก้องเกียรติ กล่าวต่อว่า กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นางแจ่มศรีก็ยังไม่มาทำงานอีก ทางบริษัทต้องการจะได้กุญแจห้องเก็บของที่นางแจ่มศรีเป็นคนเก็บเอาไว้ จึงได้ให้หัวหน้างานโทรศัพท์ตาม ซึ่งก็มีสัญญานโทรศัพท์ติดแต่ไม่มีคนรับสาย จึงตกลงกันว่าจะมาหาที่หอพัก เมื่อมาถึงพบว่ากุญแจห้องถูกล็อคจากข้างนอก แต่พอโทรศัพท์เข้าไปกลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดังนั้น จึงได้ประสานผู้ดูแลหอ ให้มาตัดกุญแจห้องเข้าไป ก็พบว่านางแจ่มศรีนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องดังกล่าว
ด้าน นายสมคิด กันอรุณ อายุ 48 ปี ผู้ดูแลหอพัก กล่าวว่า ปกตินางแจ่มศรีจะอยู่ห้องเพียงคนเดียวมานานหลายปีแล้ว แต่เมื่อราวๆ 1 ปีที่ผ่านมา มีลูกชายของนางแจ่มศรีทราบชื่อคือ นายจรินทร์ หรือต้น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี มาขอพักอาศัยด้วย โดยไม่ยอมทำงานและยังติดยาเสพติดกับสารระเหย (กาว) จนทำให้มีอาการทางระบบประสาท ซึ่งนางแจ่มศรีกับลูกชายมักจะมีปากเสียงกันเสมอ เพราะลูกชายชอบลักเงินของผู้เสียชีวิตไปซื้อกาวมาดม
นายสมคิด กล่าวต่อว่า ทำให้นางแจ่มศรีเกิดความเอือมระอา อยากจะให้ตำรวจมาจับตัวไปบำบัดรักษาแต่ก็ไม่ได้ผล ซึ่งนางแจ่มศรีก็เคยเล่าให้หลายๆคนฟัง ทั้งเพื่อนร่วมหอและญาติพี่น้องว่า รู้สึกหวาดระแวงกลัวจะถูกทำร้ายร่างกาย แล้วก็เป็นจริงอย่างที่นางแจ่มศรีกลัว โดยมาถูกฆ่าเสียชีวิตดังกล่าว
ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า แม่ได้โทรศัพท์ไปหาตนครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยกับหลานสาว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อแม่ได้อีกเลย เพราะโทรศัพท์มาแม้จะติดแต่ก็ไม่มีคนรับสาย ซึ่งตนก็ไม่ได้เห็นว่าผิดสังเกตอะไร จนกระทั่งมาทราบว่าแม่ถูกฆ่าเสียชีวิต โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของน้องชายต่างบิดากับตน ที่หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปสถาบันนิติเวชเพื่อตรวจดูบาดแผลที่ถูกฆาตรกรรม และหาว่ามีร่องรอยของการถูกข่มขืนร่วมด้วยหรือไม่ ขณะที่ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ก็ได้สั่งการให้ตั้งชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งเชื่อมั่นว่า ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอย่างแน่นอน


