จากกรณี น.ส.สุพัก เชิดจอหอ อายุ 18 ปี ถูกพระเร่ร่อนที่มาอาศัยในวัดร้างแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านท่าเว่อ หมู่ 11 ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ อยู่ชั่วคราว ทักว่าโดนคุณไสย์ ก่อนให้กินน้ำมนต์ในบาตร กระทั่งชักตาค้าง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันพระกลุ่มดังกล่าวก็หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว พ่อแม่ ร้อง ลูกโดนพระเร่ร่อนทักโดนของ ให้กินน้ำมนต์จากบาตรก่อนชักดับต่อหน้า!

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ นพ.ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ (สสจ.ชัยภูมิ) ซึ่งก็ได้รับการเปิดทางโทรศัพท์ว่า กรณีน้ำมนต์ที่พระให้เด็กสาววัย 18 ปี ดื่มจนชักช็อคเสียชีวิตฉับพลันนั้นมีสารอะไรกันแน่ ครั้งนี้ถือว่าตรวจสอบได้ยาก โดยได้ประสานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบในวัดร้างดังกล่าวเพื่อเก็บหลักฐาน แต่ก็ไม่พบน้ำมนต์หลงเหลืออยู่เลย

ซึ่งกรณีที่มีการดื่มน้ำมนต์จนมีอาการดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าเป็นสาเหตุจากน้ำมนต์ดังกล่าวด้วยหรือไม่ รวมทั้งต้องดูว่าทางตัวเด็กมีโรคประจำตัวประเภทเป็นลมชักด้วยหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ต้องมาดูว่าพิษในน้ำมนต์มาจากอะไร แต่ขณะไม่มีตัวอย่างน้ำมนต์ให้ตรวจสอบแต่อย่างใดเลย

รวมทั้งศพของผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้มีการส่งไปผ่าพิสูจน์ตั้งแต่แรก จึงไม่สามารถเก็บหลักฐานหรือสารพิษอะไรได้ เพราะทางญาติก็รีบเผาศพไปก่อนแล้ว ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องติดตามตัวกลุ่มพระดังกล่าวมาสอบสวน ว่าใส่อะไรลงไปในน้ำมนต์บ้าง ถึงจะทราบได้ว่ามีสารอันตรายรุนแรงมากขนาดไหนต่อไปอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน