นครราชสีมา กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน ฝนตกหลายพื้นที่ หลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน แช่น้ำขังเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้ฉี่หนูสูง ครึ่งปีพบป่วย 1,500 ราย ตาย 17 คน แนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นช่วงฤดูฝน

6 ส.ค. 67 – นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง จึงเสี่ยงมีโรคและภัยสุขภาพที่มากับช่วงฤดูฝน

ซึ่งนอกจากโรคติดต่อทางระบบหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด 19 แล้ว ยังมีโรคติดต่อจากการสัมผัส เช่น โรคมือ เท้า ปาก โรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน และโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ด้วย เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง เชื้อโรคจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หากไม่ป้องกันดูแลสุขภาพของตนเอง เสี่ยงเจ็บป่วยติดเชื้อโรคได้โดยง่าย

นายแพทย์ธงชัย เปิดเผยว่า โดยเฉพาะโรคฉี่หนู เป็นโรคที่มักพบอัตราป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าฝน ซึ่งสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูในปีนี้ ช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และมีน้ำท่วมขัง อาจมีเชื้อโรคไข้ฉี่หนูปนเปื้อน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – 27 มิถุนายน 2567 หรือประมาณครึ่งปี พบผู้ป่วยแล้ว 1,458 ราย และมีผู้เสียชีวิต 17 ราย

โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน และกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 45-54 ปี คิดเป็น 20.44% รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 55-64 ปี คิดเป็น 19.55% และ กลุ่มอายุมากกว่า 65 ปี คิดเป็น 18.45% ตามลำดับ ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร มากถึง 33.5 % ,ไม่ทราบอาชีพ 26.7 % และอาชีพรับจ้าง 17.1 %

หากประชาชนเดินลุยน้ำย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า อาจทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพราะโรคไข้ฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา ที่ปนออกมากับปัสสาวะของสัตว์นำโรค เช่น หนู สุกร โค กระบือ สุนัข เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำฝนจะชะล้างเชื้อจากปัสสาวะของสัตว์ที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ไหลลงสู่แหล่งน้ำ หรือแอ่งน้ำขัง ดินโคลนที่ชื้นแฉะ เชื้อนี้สามารถจะไชเข้าทางผิวหนังที่อ่อนนุ่ม มีบาดแผล หรือผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก

และจากการที่ประชาชนลงแช่น้ำ ลุยน้ำ ย่ำดินโคลน โดยไม่สวมรองเท้าบูท หรือใช้ถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า หรือสวมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งหลังจากติดเชื้อประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง หรือโคนขา ต่อมา อาจมีตาแดง ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะออกน้อย ไอเป็นเลือด จนเสียชีวิตในที่สุด

หากไม่ได้รับการรักษาหรือเข้ารับการรักษาล่าช้า ซึ่งอาการระยะแรกของโรคไข้ฉี่หนูจะคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น จึงพบว่าผู้ป่วยหลายรายเข้ารับการตรวจรักษากับแพทย์ล่าช้า เนื่องจากซื้อยารับประทานเอง จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตด้วยโรคนี้

จึงขอแนะนำประชาชนให้ป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโรคไข้ฉี่หนู โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำที่ท่วมขังนานๆ หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำที่ท่วมขัง ดินที่ชื้นแฉะ หรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำท่วม ให้สวมรองเท้าบูท และสวมถุงมือยาง

นอกจากนี้ หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำท่วมขัง ให้รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที หากหลังจากลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำท่วมขัง 1-2 สัปดาห์ แล้วมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว หรือปวดกล้ามเนื้อ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หรือภายใน 1-2 วันหลังเริ่มป่วย

พร้อมกับแจ้งประวัติเสี่ยงให้แพทย์ทราบ เพื่อจะได้ตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาได้รวดเร็วจะช่วยลดอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ สามารถสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน