เกือบเอาชีวิตลูกน้องไปทิ้ง รถเอทีวีคว่ำกลางน้ำเชี่ยว รถทับตัวจม อีกคนลอยตามน้ำ ไร้พนักงานช่วย อ้างว่ายน้ำไม่เป็น ต้องช่วยกันเองจนรอดตายมาได้
วันที่ 24 ก.ย.67 ที่บริษัทเช่ารถแห่งหนึ่งใน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว เดินทางไปพบกับ น.ส. เปรมนารา บุญรอด หรือเอ๋ อายุ 37 ปี กรรมการบริษัทดังกล่าว หลังได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ สถานที่จัดกิจกรรมแอดเวนเจอร์แห่งหนึ่ง ใน ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.นครนายก ว่ามีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการถูกต้องหรือไม่
หลังพนักงานในบริษัทประสบอุบัติเหตุรถเอทีวีพลิกคว่ำกลางน้ำเชี่ยว แต่เจ้าหน้าที่ดูแลรถเอทีวีกลับไม่เข้าให้ความช่วยเหลือ จนพนักงานหญิง 2 คนเกือบเสียชีวิตจากการจมน้ำ และได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเจ้ากิจการช่วยเหลือเงินเยียวยามาให้ 10,000 บาท เพื่อขอไม่ให้เอาเรื่องเพราะเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบและสั่งปิดกิจการ
จากการสอบถามทราบว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.เปรมนารา บุญรอด และ นายวิวัฒน์ แก้วศรีโพธิ์ อายุ 34 ปี แฟนหนุ่ม ได้พาพนักงานของบริษัท นายสมศักดิ์ เอื้อพูลผล อายุ 56 ปี น.ส.ฐิติพร แก่นพรหมมา อายุ 30 ปี และ น.ส.พิจิตรา หมอยา อายุ 48 ปี ไปเที่ยวทำกิจกรรมที่ จ.นครนายก
โดยมีกิจกรรม 3 อย่างคือ 1. โกคาร์ท 3 คัน 2. ATV 2 คัน 3.ล่องแก่ง 1 ลำ โดยจองเป็นเงิน 3,450 บาท ผ่านแอดมินจัดการท่องเที่ยว จ.นครนายก เมื่อไปถึงพบว่าสถานที่จัดกิจกรรมเป็นเต็นท์กลางแจ้ง มีเจ้าหน้าที่ 4 คน ไม่มีการแนะนำการท่องเที่ยว ไม่แนะนำการใช้อุปกรณ์หรือแนะนำเส้นทาง ทำให้ต้องสอบถามรายละเอียดกันเอง และไม่ทราบว่ารายละเอียดการเดินทางเป็นอย่างไร ใช้วิธีขับตามเจ้าหน้าที่อย่างเดียว จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถเอทีวีพลิกคว่ำในลำธารที่มีน้ำเชี่ยว พนักงานของบริษัท 2 คนลอยไปกับน้ำ 1 คน อีกหนึ่งคนติดอยู่กับรถเอทีวีที่พลิกคว่ำจนจมน้ำ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ ทุกคนต้องช่วยชีวิตกันเอง
คลิปวิดีโอจากมือถือของ น.ส.เปรมนารา ขณะพนักงานกำลังปีนขึ้นจากลำธาร โดยในภาพ นายสมศักดิ์ ได้ช่วย น.ส.พิจิตรา ขึ้นไปอยู่บนฝั่งเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะช่วย น.ส.ฐิติพร ที่เกาะกิ่งไม้ให้ขึ้นฝั่งอีกคน โดยมีเจ้าหน้าที่ชายของเอทีวี เสื้อฟ้าว่ายน้ำไปช่วยดัน น.ส.ฐิติพร ขึ้นภายหลัง และคลิปจากมือถืออีกคลิปเป็นภาพเส้นทางหลังเกิดเหตุ ขณะที่คณะนักท่องเที่ยวกำลังขับกลับไปที่เต็นท์ของเอทีวี
น.ส.เปรมนารา กล่าวว่า ด้วยความที่ตนอยากพาพนักงานไปพักผ่อน จึงค้นหาคำว่าล่องแก่งในโซเชียล จนเจอแล้วติดต่อไปทางเพจ ทีมงานตนเลือกเล่น 3 กิจกรรม และเดินทางไปเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วงที่ไปถึงไม่ได้อธิบายวิธีการเล่นกิจกรรมให้กับลูกน้องตนฟัง ซึ่งตนก็ยังแปลกใจว่าจะเล่นยังไง เจ้าหน้าที่บอกให้ขับตามอย่างเดียว โดยไม่บอกเส้นทาง ทีมของตนมี 3 คัน ทีมเจ้าหน้าที่ 3 คัน
เมื่อถึงลำธารก็แปลกใจว่าจะขับรถไปลุยน้ำด้วยเหรอ แต่ทีมงานขับนำไปก่อน ทีมพนักงานขับตามไปแต่รถมันเอียงขวา ส่วนตนเห็นเหตุการณ์ก็หักรถและหยุดไม่ตามไป จากนั้นรถของพนักงานก็ไหลไปตามกระแสน้ำ ตนจึงร้องตะโกนให้เจ้าหน้าที่มาช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วย ก่อนที่น้ำจะพัดพนักงานคนหนึ่งติดไปกับรถเอทีวีและจมน้ำ นายสมศักดิ์ จึงต้องรีบไปช่วย พอเหตุการณ์จบช่วยชีวิตพนักงานได้ เจ้าหน้าที่ไม่มีมาช่วยเหลือเลย ยืนดูอย่างเดียว ตนได้รับคำตอบว่าเจ้าหน้าที่ว่ายน้ำไม่เป็น
ด้าน น.ส.ฐิติพร กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถเอทีวีคันเกิดเหตุ ตนไม่มีประสบการณ์ในการขับ ขณะเกิดเหตุตนเห็นรถเจ้าหน้าที่ขับลงไปในลำธาร ตนก็ขับตามลงไป เพราะคิดว่าเขาหาจุดให้พวกตน เมื่อตนขับลงไปในลำธาร ล้อขวาของรถพลิกตะแคงลงไปในน้ำ ตนจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ จากนั้นรถก็เริ่มลอยไป แต่เจ้าหน้าที่นิ่งไม่ช่วยเลย รถเริ่มลอยไปน้ำซัดแรงมากจนตัวของตนหลุด ส่วน น.ส.พิจิตรา ขาเกี่ยวกับรถจมไปกับน้ำ ส่วนตนลอยไปติดกับต้นไม้ กระทั่ง นายสมศักดิ์ ว่ายน้ำไปช่วย น.ส.พิจิตรา ที่กำลังจมน้ำ ตนได้รับบาดเจ็บที่มือทั้ง 2 ข้าง ขาช้ำ รู้สึกไม่โอเคกับการขับรถเอทีวีมันไม่เป็นแบบที่ตนคิดไว้
ทางด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเป็นคนขับรถปิดท้ายถนนที่ลงไปลำธารน้ำ เป็นถนนที่มีความสูงเกือบ 90 องศา รถคันเกิดเหตุลงไปก่อน ส่วนรถตนตามไปแต่จอดอยู่ริมน้ำ ตนเห็นรถคันเกิดเหตุก็ตกใจเพราะรถขยับไม่ได้ และแรงน้ำก็เริ่มพัดรถ ตนจึงตะโกนถามเจ้าหน้าที่ว่าจะทำยังไง แต่เจ้าหน้าที่กลับนิ่ง ตนเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจไปช่วย น.ส.พิจิตรา ก่อน เพราะอีกคนเห็นว่าเกาะต้นไม้ริมฝั่งได้แล้ว แต่ น.ส.พิจิตรา ที่ติดอยู่กับรถพบว่า รถหมุนจน น.ส.พิจิตรา จมน้ำ ตนจึงรีบไปจับตัวไว้ พร้อมตะโกนบอกให้ช่วยกันเข้าฝั่ง จนตนลากเข้าฝั่งได้
ส่วน น.ส.ฐิติพร ที่เกาะอยู่กับกิ่งไม้มือก็หลุดจนลอยน้ำไป จึงไปช่วย ก่อนจะจับกิ่งไผ่กับเชือกไว้ ระหว่างนั้นก็เตือนให้นิ่งและมีสติ จนดันตัวขึ้นริมตลิ่งได้ หลังจากนั้นก็กลับไปช่วย น.ส.พิจิตรา ที่เกาะต้นไม้อยู่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เอทีวีหนึ่งคนกระโดดน้ำมาบอกว่าจะช่วยตนจึงให้ดัน น.ส.พิจิตรา ขึ้นตลิ่ง
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ตนตัดสินใจกระโดดลงไปช่วย มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ เพราะถ้าทิ้งสองคนนี้ไว้ในน้ำตายแน่นอน ตนไม่สามารถทิ้งเพื่อนไว้ให้ตายได้ เพราะเราไปด้วยกัน ถ้าเขาตายตนจะรู้สึกเสียใจ ต้องช่วยให้สุดแรงก่อน ฝากถึงผู้ประกอบการต้องอบรมนักท่องเที่ยว บอกเส้นทาง การดูแลตัวเอง เจ้าหน้าที่ต้องมีประสบการณ์ มีชั่วโมงบินในการช่วยชีวิตคนมากกว่านี้ คนที่จะไปทำกิจกรรมแบบนี้ก็ต้องมีสติ มีสมอง มีความฉลาด ไม่ต้องตามเจ้าหน้าที่เพราะบางจุดเราคิดว่าอันตรายก็ไม่ต้องตามไป มีสติไว้ก่อน
ส่วน น.ส.พิจิตรา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนตกใจมาก ปล่อยทุกอย่าง สติหลุด ไม่สามารถดึงสติกลับมาได้เลย คิดว่าต้องตายแน่ เพราะรถทับขาอยู่ เจ้าของเอทีวีขาดประสบการณ์ ไม่มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว ตนเข็ดไม่เล่นอีกแล้ว เพราะอุปกรณ์เซฟตี้ไม่มี คนที่จะไปเล่นก็ให้ตรวจสอบว่าสถานที่มีใบอนุญาตไหม มีความพร้อมที่จะดูแลลูกค้าไหม อยากให้สถานที่จัดกิจกรรมมีประสบการณ์มากกว่านี้
นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว กล่าวว่า จากที่ตนดูคลิปแล้วคิดว่าครั้งนี้อันตรายมาก เพราะสถานที่จัดกิจกรรมแบบนี้ต้องบอกรายละเอียดและการดูแลความปลอดภัยลูกค้า หลังจากนี้ตนและผู้เสียหายจะเดินทางไปที่ จ.นครนายก เพื่อติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบใบอนุญาตของสถานที่ดังกล่าว เพราะชีวิตคนแลกด้วยเงินไม่ได้ หากมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกิจกรรมแบบนี้อีกอาจเกิดเหตุถึงแก่ชีวิตได้