พัทลุง ชาวบ้านเกือบ 30 คน เข้าแจ้งความตำรวจ หลังเพื่อนบ้านตีสนิท อาศัยความเชื่อใจ ชวนเล่นแชร์ทอง-นายหน้าขายฝากที่ดิน สุดท้ายถูกโกงเงินสูญ 5 ล้านบาท
8 ต.ค. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคมจักร เส้งซิว กำนันตำบลโคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นำชาวบ้านที่ได้รับความเสีย จากกรณี นายหนึ่ง หรือ นายสัตยา บุญละดี อายุ 35 ปี ชาวบ้านตำบลควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้านและใช้ความเชื่อใจ ชวนเล่นแชร์ เงินรายวัน เล่นแชร์ทอง และร่วมเป็นนายหน้าขายฝากที่ดิน จนเป็นที่ตายใจของลูกบ้าน เนื่องจากเป็นคนบุคลิกดี พูดจาดี น่าเชื่อถือ ก่อนเชิดเงินลงทุนและวงเงินแชร์หลบหนี ได้รับความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท
นายคมจักร กำนัน ต.โคกทราย อ.ป่าบอน กล่าวว่า เบื้องต้น ชาวบ้านหลายสิบคนเข้ามาร้องเรียนหลังจากที่ต้องเสียเงินไปกับนายหนึ่ง หรือ นายสัตยา เหมือนในลักษณะฉ้อโกงชาวบ้าน โดยนายหนึ่งนั้นเป็นคนจังหวัดสงขลา อาศัยเข้ามาตีสนิท จนทำให้ทุกคนรู้จักและไว้วางใจ ก่อนร่วมกันตั้งวงแชร์ ผ่อนทอง โอนตัง และเอาดินชาวบ้านไปจำนองขายฝาก จนทำให้มีผู้เสียหาย
ก่อนที่ผู้เสียหายได้มารวมตัวขอให้ทางกำนันได้ช่วยเหลือ ตอนแรกเข้าใจว่า ราย 2 ราย ชาวบ้านที่เสียหาย แต่พอสอบถามข้อมูลพบว่า ชาวบ้านในตำบลมีผู้เสียหายทั้งหมดเกือบ 50 คน จึงพากันมาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
ในขณะผู้เสียหายกล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้น มีทั้งผู้เสียหายจากการตั้งวงแชร์ ที่นายหนึ่งตั้งขึ้นมา มีทั้งลูกแชร์จริงและลูกแชร์ทิพย์ เพื่อให้ผู้ที่เข้าเล่นไว้วางใจเพราะเป็นคนที่รู้จักในในหมู่บ้าน สมมติวงหนึ่ง 20 คน เปียแชร์เป็นรายวัน มีชื่อจริงและเสียเงินจริง 10 ราย ส่วน 10 ราย ที่เหลือนายหนึ่งตั้งขึ้นมาเอง และถึงเวลาเปียก็จะทำการปั่นดอกในราคาสูง ให้สมาชิกได้เห็นและหลงเชื่อ จึงเข้าร่วมกันเล่น ทั้ง 7 วัน
โดยเริ่มตั้งวงแชร์ขึ้นมา ตอนเดือนมกราคม 2567 ตอนแรกคนเล่นแชร์ได้เงินครบทุกคนในวงแรกเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เชื่อถือ พอเปิดเป็นวงที่ 2 และเงินต้นรายวันสูงขึ้น มีสมาชิกร่วมเล่นเพิ่มขึ้นเพราะถือว่ายอดกำไรดี แต่สุดท้ายพอถึงเวลาเปียแชร์ ตอนแรก จะได้รายชื่อสมาชิก ที่เป็นสมาชิกทิพย์ ที่นายหนึ่งตั้งชื่อขึ้นมาก่อน พอถึงเวลาสมาชิกในวงที่มีตัวตนจริง กลับไม่ได้รับแล้วปิดโทรศัพท์หนีหาย
โดยนอกจากจะเป็นเท้าแชร์เงินสดแล้ว นายหนึ่งยังร่วมเล่นแชร์ทองกับผู้เสียหายอีก โดยเป็นสมาชิก ช่วงวงแชร์ทอง 1 สลึง นายหนึ่งส่งครบทุกงวดรับทองไป จนกระทั่งหมดวงแชร์ทอง มีการตั้งขึ้นมาใหม่ โดยนายหนึ่งแนะนำให้ท้าวแชร์ตั้งวงละ 2 บาท ส่งต้น 7,000 บาท พอถึงคิวนายหนึ่งได้ทอง ไปรับทอง 2 บาท จากร้านทอง ที่มีการดิวกับเท้าแชร์ทอง สุดท้าย หนีหายไป
พร้อมกันนั้นยังหลอก ชาวบ้านยืมเงินโดยการโอนบัญชี อ้างโน่นอ้างนี่ อ้างว่าบัญชีตัวเองโอนไม่ได้ ให้เจ้าของบัญชี ที่รับโดนเงินในหมู่บ้านโอนให้ก่อน ทุกคนก็เชื่อใจ เพราะว่าดูนายหนึ่งเป็นคนมีฐานะ และมีความน่าเชื่อถือและสนิทกัน สุดท้ายไม่ยอมคืนก่อนติดต่อไม่ได้ และยืมโฉนดคนในหมู่บ้านไปขายฝากอีก 1 แปลง ก่อนเชิดเงินไปทั้งหมด ติดต่อไม่ได้
เบื้องต้น พ.ต.อ.นาถพล ผกก.สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง ได้ให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง รับแจ้งความพร้อมให้ผู้เสียหายทั้งหมดกรอกประวัติและนำหลักฐานมาประกอบสำสวนคดี แล้วพร้อมสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด โดยการระดมพนักงานสอบสวนหลายคนมาร่วมสอบสวน
พ.ต.อ.นาถพล ผู้กำกับ สภ.ป่าบอน กล่าวว่า เบื้องต้นในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายหลายคนทางพนักงานสอบสวน จะต้องเร่งดำเนินคดี เพราะไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุฉ้อโกงที่อื่นอีก โดยให้ชุดสอบสวนเฝ้าติดตามผู้ก่อเหตุ หาประวัติว่าอยู่ที่ไหน จะได้เฝ้าติดตามตัว
โดยทางคดีนั้นในเบื้องต้นหากสอบสวนผู้เสียหายเสร็จ ทางพนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกก่อน แต่หากออกหมายเรียกแล้วไม่มีจะออกหมายจับทันที แต่ในกรณีนี้หากพบผู้ก่อเหตุ มีการกระทำที่ผิดไปจากการฉ้อโกงหรือมีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการเข้ามาด้วยก็จะมีการออกหมายจับทันทีได้เช่นกัน
พร้อมกันนั้นอยากฝากย้ำชาวบ้าน ได้สังเกตคนหน้าตาดี บุคลิดดี แต่งตัวดี พูดจาดี ให้พึงระวังอาจะเข้ามาตีสนิทแล้วสุดท้ายจะเหมือนกรณีดังกล่าว