สมุทรสงคราม 1ปีมีครั้งเดียว สังขยามะพร้าวน้ำหอม วัดปราโมทย์ เตรียมไว้ 13,000 ลูก พลาดปีนี้ต้องรอปีหน้า ชาวราชบุรีผิดหวังปีที่แล้ว ปีนี้มารอตั้งแต่วันแรก

14 ต.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปกติงานวัดทั่วไป นักท่องเที่ยว มักจะเข้าไปจับจ่ายซื้ออาหารการกินทั่วไป แต่งานประจำปีปิดทอง หลวงพ่อโต ที่วัดปราโมทย์ ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แปลกไม่เหมือนใคร

เพราะนอกจากเปิดให้นมัสการปิดทองหลวงพ่อโต และมีร้านค้าสินค้าชุมชนมาจำหน่ายสินค้า แล้ว ไฮไลน์คือ ขนมหวาน และสังขยามะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นของที่ขึ้นชื่อถึงความอร่อย ถือได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของวัดปราโมทย์ มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวคนละ 6 ลูกๆ ละ 50 บาท โดยเริ่มระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคมนี้ ซึ่งแต่ละวันก็มีนักท่องเที่ยวมาต่อแถวรอซื้อสังขยามะพร้าวอ่อนกันตั้งแต่เช้า และจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 10 .00 น. เป็นต้นไป

สำหรับขั้นตอนการทำเริ่มแรกจะนำมะพร้าวน้ำหอมที่ปลอกเปลือกสีเขียวออก มาตัดปากเอาน้ำออก จากนั้นก็นำมาเรียงใส่ถาดๆละ 16 ลูก ก่อนเทสังขยาสูตรลับของวัดปราโมทย์ลงในมะพร้าวน้ำหอม และนำถาดมาเรียงใส่ในชั้นพิเศษที่ทำเป็นซึ้งนึ่งจำนวน 5 ชั้น ปิดฝาครอบนึ่งประมาณ 1-1.20 ชั่วโมง ก็เปิดฝา โดยทางวัดได้จัดทำซึ้งนึ่งพิเศษนี้รวม 5 เตา ทำให้แต่ละครั้งจะได้สังขยามะพร้าวอ่อนรวม 400 ลูก วันนึงจะได้ ประมาณ 10 รอบ

ส่วนเคล็ดลับความอร่อยคือจะเทสังขยาในมะพร้าวน้ำหอมแล้วนำไปนึ่งทันที จะไม่เทสังขยารอไว้นานเพราะจะทำให้กะทิกับน้ำตาลแยกชั้น ความหวานความมันจะไม่กลมกล่อม นอกจากนี้กะทิที่วัดปราโมทย์จะมันกว่าที่อื่น เพราะมะพร้าวทึนทึกที่นำมาทำกะทิจะไม่มีการแช่น้ำ กะเทาะแล้วขูดคั้นน้ำกะทิทันที (แต่หากแช่น้ำมะพร้าวจะดูดน้ำเข้าไปทำให้ความมันลดลง)

พระครูปราโมทย์ปัญญาวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ กล่าวว่า วัดปราโมทย์เป็นที่ปนะดิษฐานของหลวงพ่อโต พระพุทธรูปที่ไม่มีเกศ ใบหน้ายิ้มลมุน มีความสวยงาม เป็นที่เคราพศรัทธาของชาวบ้านมานาน กระทั่งต่อมาหลวงพ่อตุ๊ย อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ได้จัดงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโต มากว่า 50 ปี ปฏิบัติสืบต่อเรื่อยมา

ต่อมาคณะศิษย์ได้มีแนวคิดทำของหวานและร่วมกันทำขนมหวาน ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน รวมทั้งสังขยามะพร้าวอ่อน เริ่มแรกทำไม่มาก ก็ประสบความสำเร็จ เพราะรสชาติหอมหวาน มัน โดยเฉพาะสังขยามะพร้าวอ่อนมีความอร่อย หวาน มันนุ่ม รับประทาน 1 ลูกไม่พอ จึงเริ่มเพิ่มประมาณมากขึ้น กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว 2566 ได้สั่งมะพร้าวน้ำหอม 13,000 ลูก ก็ไม่พอจำหน่าย มีญาติโยมมาเข้าคิวรอซื้อกันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ทำให้ในวันท้ายๆ ไม่มีสังขยามะพร้าวอ่อนจำหน่าย ญาติโยมต้องผิดวังและต้องรอมีอีก 1 ปี

มาปีนี้กำหนดจัดงานหลวงพ่อโต 14-18 ตุลาคม 2567 ก็เตรียมมะพร้าวน้ำหอมไว้เท่าเดิม 13,000 ลูก เพราะไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ เนื่องจากญาติโยมที่มาช่วยทำขนมด้วยจิตศรัทาหลวงพ่อโต ทำกันไม่ไหวแล้ว ผู้ใดสนใจก็รีบมาก่อนที่มะพร้าวจะหมด และต้องรอไปอีก 1 ปี มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะต้องมาเข้าคิวซื้อ 1 ปีมีครั้งเดียว ถ้าปีนี้อดต้องรอปีหน้า

คุณแม่จูน กับลูกสาวชื่อเฟส ลูกค้าชาว ต.บางนกแขวก กล่าวว่า มารอต่อคิวแต่เช้ามารอ 2 ชั่วโมง เพื่อซื้อสังขยามะพร้าวน้ำหอม ของดีของเด่นวัดปราโมทย์ 1 ปี มีครั้งเดียว ซื้อได้คนละ 6 ลูก เพราะมีความอร่อย จึงตั้งใจซื้อไปรับประทานและฝากญาติๆด้วย

เจ๊บูรณ์ บ้านรั้ว ชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กล่าวว่า ปีที่แล้ว 2566 มารอนานมากแล้วไม่ได้ จึงอดทนความอยากรับประทานไว้ เพราะหอมหวานมันอร่อย มีเงินก็ซื้อไม่ได้ต้องรีบมาต่อคิว มาช้าอาจจะอดกินต้องรอปี 1 ปี เหมือนตนเมื่อปี 2566 ก็ได้ แต่มาปีนี้ตนจึงมาตั้งแต่วันแรกรอกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว แต่รอได้เพราะได้กินแน่นอน

สำหรับวัดปราโมทย์ ไม่ปรากฎหลักฐานผู้สร้าง วัดนี้เดิมชื่อ “วัดโรงหวี” ต่อมากล้ายเป็นวัดร้างไปหรือถูกทิ้งร้าง จนกระทั่งได้บูรณะซ่อมแซมให้กลับมาเป็นวัดเช่นเดิมแล้วใช้ชื่อ “วัดปราโมทย์” และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ.2421 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้นวัดปราโมทย์เริ่มมีสาธุชนทั้งหลายเข้ามากราบบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณวัดปราโมทย์กันมากในทุกวัน

องค์หลวงพ่อโต หรือซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปางพระศรีอาริยเมตไตรย หรือพระศรีอารริย์ ตามหลักทางพระพุทธศาสนา เป็นพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 องค์ท่านใหญ่มีความสูง 4.32 เมตร ส่วนหน้าตักกว้าง 4.12 เมตร ลงรักปิดทองพุทธลักษณะงดงามและชาวประชาชนเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ในพลังแห่งพุทธานุภาพจึงมากราบขอพร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน