ไรเดอร์สาวหมวกหูแมว เทขยะหน้าร้านอาหาร ลั่นไม่เข้าพบตำรวจตามหมายเรียก เพราะกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เผยถ้าไม่มาพบจ่อหมายจับ
จากกรณีเจ้าของร้านอาหาร โพสต์คลิปวงจรปิดหน้าร้าน บันทึกภาพพฤติกรรมของหญิงไรเดอร์หมวกกันน็อกหูแมว นำขยะมาเทเรี่ยราดหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยอนามัย 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.67 และวันที่ 5 ม.ค.68 ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 7 ม.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับหญิงไรเดอร์หมวกกันน็อกหูแมว จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ทิ้งขยะ เจ้าตัวบอกว่า คนเรานั้นรู้ดีว่าเพราะอะไร กรณีในซอยอนามัย2 เจ้าของร้านที่เป็นผู้ชายนั่งหันเท้ามาหน้าร้าน และก็รู้ว่ายูเซอร์ที่จะไปรับอาหารคือตนเอง แต่ทำไมจึงหันเท้ามาใส่หน้าเรา ตนจึงนำรองเท้าไปหันใส่คืน มันผิดตรงไหนเพราะเป็นถนนสาธารณะ
ถ้าเค้าจะอ้างว่าเค้าทำในบ้านเป็นที่ของเค้าเราก็ทำบนถนนซึ่งเป็นที่สาธารณะใครจะทำอะไรก็ได้ และที่อื่น ๆ ก็เช่นกันล้วนแต่ถูกกระทำก่อน ซึ่งคนเรานั้นรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร แต่ละที่พวกคุณรู้ว่าทำอะไรใส่เราถามไปก็ไม่ยอมรับซักอย่างอย่า มาบอกว่าทำทำไม ทำเพราะอะไร ซึ่งพวกคุณรู้ดี
ตนไม่ขอเข้าพบตำรวจตามหมายเรียก ฝากบอกตำรวจด้วยว่าถ้ากฎหมายใช้กับคนอื่นไม่ได้ อย่ามาใช้กับเรา เพราะอะไรตำรวจรู้ดี ตนถูกรถชนบาดเจ็บที่ขาไม่สามารถวิ่งรับส่งออเดอร์ได้เป็นสัปดาห์ คู่กรณีชดเชยมาแค่ 300 บาท เราแจ้งความให้ตำรวจไปตามผู้หญิงคนนั้นมาชดเชยค่าเสียหายก็ทำให้เราไม่ได้ แต่พอคนมีตังค์แจ้งความทำไมถึงทำให้เร็วจังเลย แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองทิ้งขยะ
แต่อยากอ้างถึงว่ากฎหมายมันเป็นการเลือกปฏิบัติ เค้าเชิญให้ไปเราพบ เราจึงเลือกที่จะไม่ไป เพราะกฎหมายมันไม่ศักดิ์สิทธิ์ และเรื่องการทิ้งขยะมันก็เป็นที่สาธารณะถ้าทิ้งแล้วจะเป็นอะไร คนอื่นยังทิ้งได้ไม่เห็นถูกจับ ถ้าเค้าควบคุมคนอื่นไม่ได้อย่ามาควบคุมเรา ทำไมไม่ไปบังคับใช้กฎหมายกับคนอื่นให้ได้ก่อน จะมาใช้กฎหมายกับเรา กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับเราถ้าตำรวจยังควบคุมคนอื่นไม่ได้และถนนเป็นที่สาธารณะใครจะทิ้งก็ทิ้งได้ คนอื่นทิ้งได้แล้วตนทิ้งไม่ได้คนเดียวหรือในโลกนี้
ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (6 มกราคม2568) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุครั้งที่1ไปแล้ว โดยออกตามชื่อ และที่อยู่ ของผู้ก่อเหตุ ที่ได้ข้อมูลจากผู้เสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำหมายเรียกไปส่งให้ผู้ก่อเหตุที่บ้านแต่ไม่มีคนอยู่
ซึ่งตามกระบวนการต้องรอให้ผู้ก่อเหตุมาแสดงตัวตามหมายเรียกเท่านั้น หากไม่มาตามหมายเรียกภายใน 7 วัน ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีกก็จะต้องทำการออกหมายจับซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่พบตัวที่ใด ก็จะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ตามกฎหมายทันที
จากพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ที่ไม่ได้ก่อเหตุเพียงจุดเดียว แต่ยังมีการตระเวนก่อเหตุในอีกหลายพื้นที่ จะเข้าข่ายถึงขั้นเป็นพฤติกรรมป่วนเมืองหรือไม่นั้น ต้องดูว่าพฤติกรรมที่เค้าก่อนั้น เข้าข้อหาผิดกฎหมายอะไร มีข้อกฎหมายรองรับหรือไม่
ทั้งนี้จากข้อมูลที่มี และพฤติกรรมที่ปรากฎ ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมออกไปทางคล้าย ๆ กับคนมีอาการทางจิต แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ เพราะขณะนี้ยังไม่เจอตัวผู้ก่อเหตุ จึงต้องรอผู้ก่อเหตุมาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวนก่อน
จากนั้นจะมีการส่งตัวผู้ก่อเหตุไปพบแพทย์ ซึ่งต้องรอการพิสูจน์จากเเพทย์ เพื่อยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าว หรือตัวบุคคลผู้ก่อเหตุดังกล่าว เข้าข่ายป่วยทางจิตหรือไม่