สปสช.ลุยสอบคลินิก-รพ. ออก ‘ใบส่งตัว’ ช้า ทำผู้ป่วยเสียชีวิต เร่งเยียวยาญาติตามมาตรา 41
วันที่ 1 พ.ค.2568 นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ตามที่ สปสช.โดย “สายด่วน สปสช. 1330” ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2568 กรณีใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท เข้ารับบริการรักษาพยาบาล และต่อมาเสียชีวิต เนื่องจากปัญหาการใช้สิทธิในการขอใบส่งต่อ จนทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้ารับการรักษา
โดยผู้ร้องเรียนเป็นญาติของผู้เสียชีวิตรายนี้ และในวันนี้นายประเทือง เผ่าดิษฐ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สปสช. เขต 13 กทม. ลงพื้นที่ที่คลินิกและโรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามขั้นตอนว่า เป็นเรื่องมาตรฐานการรักษาพยาบาลหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้อยู่ในเกณฑ์ว่า หน่วยบริการได้ให้บริการตามสัญญาการให้บริการสาธารณสุข เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่ทำกับ สปสช.
“พร้อมกันนี้ ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองโซนธนบุรีเหนือ เขตบางกอกน้อย และศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองโซนธนบุรีใต้ เขตธนบุรี ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนก็ได้เข้าไปพูดคุยกับญาติและชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยจะเป็นไปตามแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545” นพ.วีระพันธ์ กล่าว
รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากญาติผู้เสียชีวิต ระบุว่า ผู้ป่วยปัจจุบันอายุ 28 ปี มีสิทธิบัตรทอง ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการประจำที่คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีโรงพยาบาลในเขตบางคอแหลม เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ แพทย์ให้นอนดูอาการเป็นเวลา 1 คืน วันถัดมา (22 เมษายน 2568) แพทย์ได้อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้าน และได้ออกใบนัดให้มาติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 29 เมษายน 2568
“ต่อมา วันที่ 29 เม.ย. ผู้ป่วยได้ไปติดต่อที่โรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้กลับไปขอใบส่งตัวจากคลินิกที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิก่อนเพื่อใช้สิทธิบัตรทอง ซึ่งเมื่อไปถึงที่คลินิก ผู้ป่วยได้ขอใบส่งตัวจากเจ้าหน้าที่คลินิก แต่ได้รับแจ้งว่ายังไม่สามารถออกเอกสารให้ได้ เนื่องจากต้องทำการเจาะเลือด และให้แพทย์คลินิกทำการตรวจประเมินก่อน และให้รอฟังผลในเวลา 17.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาที่รอผลตรวจ ผู้ป่วยเดินทางกลับบ้านก่อน แต่ปรากฏว่าอาการแย่ลง จนกระทั่งในเวลา 15.00–16.00 น. ได้เสียชีวิต กรณีที่เกิดขึ้นนี้ทันทีที่สายด่วน สปสช. 1330 ได้รับเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานเพื่อเร่งดูแลโดยด่วน”
นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า เมื่อได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะเร่งนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิจารณาในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการต่อไป แต่เบื้องต้น จะต้องเร่งช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้ป่วยที่เสียชีวิตก่อน เพื่อลดผลกระทบต่อครอบครัวจากเหตุที่เกิดขึ้นนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยจะเป็นไปตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 การช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล ดังนี้
ประเภทที่ 1 เสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร ช่วยเหลือตั้งแต่ 240,000-400,000 บาท, ประเภทที่ 2 พิการหรือสูญเสียอวัยวะ ช่วยเหลือตั้งแต่ 100,000-240,000 บาท และ ประเภทที่ 3 บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง ช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่ง สปสช. จะดำเนินการเร่งรัดโดยเร็ว

