อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ โต้กลับ ‘ทราย สก๊อต’ แจง 5 ปมใช้แรงงานเด็กมอแกน ยันค่าแรง 200-250 บ./วัน ทำงาน 5 ชม./วัน พร้อมอาหารเช้า-กลางวัน หอบฝากครอบครัวได้ ชี้เข้าใจคลาดเคลื่อน
4 พ.ค. 68 – นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ได้รายงานถึงกรณีการเสนอข้อมูลในเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า “ทราย – Merman” ในวันที่ 4 พ.ค. 68 โดยมีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

จึงขอชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ประเด็นการอยู่อาศัยของพี่น้องชาวไทยมอแกน บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ ซึ่งในอดีตพี่น้องชาวไทยมอแกนจะใช้ชีวิตอยู่บนเรือกะบางเป็นหลัก ในช่วงฤดูมรสุมจะขึ้นมาอาศัยตามเกาะต่างๆ โดยการทำที่อยู่อาศัยเป็นเพิงพักชั่วคราว
ต่อมาหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทยมอแกนเป็นอย่างมาก ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จึงได้ขอความร่วมมือให้มาอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดยในปัจจุบันมีหน่วยงานราชการที่คอยสนับสนุน ดูแลคุณภาพชีวิต การศึกษา ให้แก่พี่น้องชาวไทยมอแกน มีศูนย์การเรียนรู้ชาวไทยมอแกน (หลักสูตร กศน.) ครูประจำ 4 อัตรา และศูนย์สาธารณสุข
มูลฐาน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำ 1 อัตรา ตลอดทั้งปี
2. การใช้แรงงานเด็ก ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีการจ้างแรงงานพี่น้องชาวไทยมอแกน
ซึ่งทั้งหมดจะเป็นแรงงานผู้ใหญ่ ในอัตราค่าจ้างวันละ 200-250 บาท โดยเริ่มทำงานเวลาประมาณ 09.00 – 14.00 น. แต่ละวันจะทำงานประมาณ 5 ชั่วโมง ได้มีการจัดอาหารเช้า กลางวัน เลี้ยงทุกวัน และในแต่ละวันพี่น้องชาวไทยมอแกนที่ทำงานกับอุทยานฯ จะนำอาหารกลับไปฝากครอบครัว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด
สำหรับการจ้างของบริษัททัวร์ อัตราค่าจ้าง 8,000 – 12,000 บาท ไม่รวมค่าทิปที่ได้จากนักท่องเที่ยว ส่วนประเด็นการจ้าง/ ใช้แรงงานเด็ก โดยจากการที่ผู้โพสต์นำเสนอออกสื่อเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กล่าวคือ น้องๆเด็กๆเหล่านั้นจะมากับพ่อ แม่ หรือญาติที่ทำงานกับทางอุทยานฯ หรือทำงานกับบริษัททัวร์ โดยทางอุทยานฯจะเลี้ยงอาหารทั้งมื้อเช้า เที่ยง ตลอดทุกวันที่มา
และในส่วนของบริษัททัวร์ น้องๆ เด็กๆ ที่มากับพ่อ หรือญาติ ส่วนใหญ่จะเป็นคนขับเรือหางยาวพานักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำ น้องๆก็จะตามมาเล่นน้ำ ซึ่งไม่ได้ตามมาเป็นประจำทุกวัน โดยทางบริษัททัวร์ยืนยันว่าไม่มีการจ้าง/ ใช้แรงงานเด็ก แต่อย่างใด
3. ประเด็นการไม่ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ประสานกับนายตะวัน กล้าทะเล ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านมอแกน และมีฐานะเป็นญาติกับผู้เสียชีวิต โดยนายตะวันฯ แจ้งว่า หลังตนทราบข่าวการเสียชีวิต ตนได้นำเรือหางยาวส่วนตัวขึ้นฝั่งเพื่อที่จะไปเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตและทำเอกสารต่างๆ ไม่ได้มาติดต่อทางอุทยานฯเพื่อขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ตนฯมองว่าสามารถที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตได้ด้วยตนเอง
4. ประเด็นการให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อเพื่อที่จะถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวผู้หญิง ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ตรวจสอบกับบริษัททัวร์ โดยทางบริษัททัวร์ให้การยืนยันว่าไม่เคยมีการบังคับ หรือใช้งานให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อถ่ายรูป และตั้งแต่ที่มีการทำทัวร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ไม่เคยมีพฤติกรรมให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวผู้หญิง
ซึ่งโดยวิถีชีวิตของผู้ชายชาวไทยมอแกนที่ขับเรือหางยาว หรือพานักท่องเที่ยวเล่นน้ำ หลังจากทำงานเสร็จก็จะถอดเสื้อเป็นประจำ แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยวและไม่ได้ถูกบังคับให้มีการถอดเสื้อแต่อย่างใด

5. เมื่อวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2567 คุณทราย สก็อต พร้อมทีมงาน เดินทางมายังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ แจ้งว่าจะเข้ามาสำรวจ/ ติดตามสถานภาพทรัพยากรใต้น้ำ/ เก็บขยะ และได้ติดต่อกับเด็กๆ ชาวมอแกน 2 คน ติดต่อส่วนตัวกับเด็กเองโดยตรง ไม่ได้แจ้งพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของเด็กให้รับทราบและไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ทราบ
โดยคุณทราย สก็อต แจ้งกับเด็กๆว่า จะชวนไปทำคอนเทนต์ร่วมกันเก็บขยะใต้ทะเล ใช้วิธีการดำน้ำแบบตัวเปล่า (Freediving) และจากการสอบถามเด็กๆ แจ้งว่า คุณทราย ไม่ได้ให้ค่าจ้างเป็นเงิน แต่ให้เป็นสิ่งของแทน (แว่นตา กางเกง เสื้อ) คนละ 1 ชุด เป็นการตอบแทน
และในวันต่อมาคุณทรายฯ จะนัดเด็กๆ ไปดำน้ำเก็บขยะอีก แต่น้องๆ บอกว่า เหนื่อย ไม่ไหว ทางคุณทรายก็เจรจา 2-3 ครั้ง ว่าให้ไปช่วยอีกวัน แต่น้องๆ ยืนยันว่า ไม่ไป จึงหยุดชวน