ตร.แจ้งข้อหาซ่องโจรเพิ่ม สจ.กอล์ฟ-ลูกน้อง รวม 7 คน หลังสอบปากคำใหม่อีกครั้ง ขณะภาคประชาชน ยื่นหนังสือตรวจสอบประมวลจริยธรรม

จากกรณีด.ต.นิสาธิต คงเทพ สังกัดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ถูกชายรุมทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีตำบลพะวง หลังไปตักเตือนนายสิรดนัย พลายด้วง หรือสจ.กอล์ฟ อายุ 28 ปี เรื่องการถ่ายรูปในหน่วยเลือกตั้ง จนเกิดความไม่พอใจและรุมทำร้ายดังกล่าว ต่อมาศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับสจ.กอล์ฟ พร้อมพวกรวม 7 คน กระทั่งนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ได้พาสจ.กอล์ฟ เดินทางเข้ามอบตัวเมื่อวานนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2568 คืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฏ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ระบุว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ยังคงคุมตัว สจ.กอล์ฟพร้อมพวกทั้ง 7 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติม

เนื่องจากผู้ต้องหาบางคนยังให้การกึ่งรับกึ่งสู้ และบางคนก็ให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และทางพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองสงขลา ต้องนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดสอบใหม่ และจะนำตัวฝากขังในวันพรุ่งนี้

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาซ่องโจรเพิ่มอีก 1 ข้อกล่าวหา หลังจากเข้าค้นบ้านสจ.กอล์ฟ และเป้าหมายอีก 7 จุดเมื่อวานนี้ โดยพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมแต่ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน

อย่างไรก็ตามในขณะนี้พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการขยายผล ว่ามีผู้ใดเกี่ยวโยงกับกรณีนี้อีกหรือไม่หากพบก็จะดำเนินคดีทุกรายไม่มียกเว้น ทั้งนี้มีรายงานว่าได้สอบปากคำพยานไปแล้ว มากกว่า 10 ปาก ในขณะเดียวกันก็ยังไล่ตรวจสภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อให้สำนวนมีความรัดกุมแน่นหนา

ขณะเดียวกันที่สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายทนายอาร์ม สุวรรณรักษา ภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบจริยธรรมทางการเมืองกรณีนายสิรดนัย พลายด้วง ส.อบจ.สงขลาเขตอำเภอเมือง ก่อเหตุสั่งการลูกน้องรุมทำร้ายตำรวจหน้าหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งนายวรพงศ์ ปราบ รองประธานสภาอบจ.สงขลารับเรื่องเอาไว้พิจารณาต่อไป

นายทนายอาร์ม กล่าวว่า วันนี้มายื่นเพื่อให้ สภา อบจ.สงขลา ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อพฤติกรรม ของ ส.อบจ.คนดังกล่าว โดยเฉพาะ ตาม พรบ.อบจ.พศ.2540 มาตรา 11 (7)การสิ้นสุดสถานภาพของสมาชิก ที่ระบุว่าหาก ส.อบจ.มีพฤติกรรมทำให้เสื่อมเสีย โดยสมาชิก 1 ใน 3 สามารถเสนอญัติเข้าพิจารณา ในสภา อบจ. และสามารถลงมติ ต้องมีชื่อ 2 ใน 3 จึงจะสามารถถอดถอนออกไป

แม้จะรู้ว่า ส.อบจ.คนนี้ มีความเกี่ยวข้องกับสภากับนายก อบจ. อย่างไร แต่ภาคประชาชนเราต้องการให้มีการยื่นญัตติเข้าไปในสภา ให้ประชาชนเห็นว่าสภาอบจ.ได้มีการทำหน้าที่ในฐานะสภา ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตาม โดยคาดหวังว่า เมื่อสภาอบจ.มีการพิจารณาถกเถียงกันแล้ว เชื่อว่าพฤติกรรมลักษณะไม่ควรเกิดขึ้นมาตรฐานทางจริยธรรมจะเกิดขึ้น และจะทำให้ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้อีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน