อุดรธานี ลุงสมหมาย ตะบันหน้าทหารเขมร ปราสาทตาเมือนธม ติดต่อ ทนายโนบิตะ ช่วยเรื่องคดี รับกังวลใจ กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม แจงสาเหตุก่อเหตุ รู้สึกอึดอัดใจ พฤติกรรมทหารขแมร์ทำกับทหารไทย ตัดพ้อ “เราเสียเขาพระวิหารแล้ว จะยอมเสียอีก ยันทำเพื่อปกป้องอธิปไตยไทย”
14 ก.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวชายชุดดำก่อเหตุชกต่อยทหารกัมพูชา ที่ร่วมกันอำนวยความสะดวก ตัวปราสาทร่วมกับทหารไทย ในพื้นที่ตัวปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนพากันวิ่งหนีเข้ามายังเขตไทยและทหารจับไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา

ซึ่งจากผลตรวจสอบพบว่า ชายผู้ก่อเหตุดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายสมหมาย ศรีศุกรานันทน์ อดีตอาสาสมัครทหารพราน หรือ ลุงสมหมาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานชมรมทหารพรานจิตอาสาค่ายปักธงชัย และประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.สมุทรสาคร
ขณะเดียวกัน นายกฤษฎา โลหิตดี ทนายความชื่อดังที่ จ.อุดรธานี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผมไม่สนับสนุนความรุนแรงนะครับ แต่ถ้าชายชุดดำที่ชกทหารกัมพูชา ถูกดำเนินคดี ผมยินดีให้การช่วยเหลือทางกฎหมาย”
ต่อมาทนายได้โพสต์คลิปและระบุอีกว่า “ทนายโนบิ พร้อมให้การช่วยเหลือทางคดีกรณีชายชุดดำชกทหารกัมพูชา” ซึ่งในคลิปทนายโนบิตะ บอกว่า จากกรณีที่มีชายชุดดำไปชกทหารเขมร ถ้าหากชายชุดดำดังกล่าวถูกดำเนินคดีและไม่มีทนายความ พี่ชุดดำถ้าฟังอยู่ติดต่อผมได้ ผมทนายโนบิ ผมยินดีที่จะเป็นทนายให้กับพี่ ทั้งนี้โพสต์ข้อความและคลิปมีคนเข้ามาแสดงความเห็นด้วยและแชร์ออกไปหลายครั้ง
ล่าสุด ลุงสมหมาย ชายชุดดำที่ชกหน้าทหารเขมร และเคยเป็นอดีตทหารพราน ได้ติดต่อโทรศัพท์มายังทนายโนบิตะแล้ว โดยลุงสมหมายได้พุดคุยกับทนายโนบิตะทางโทรศัพท์ พร้อมเปิดใจบอกว่า ตอนนี้ผมรู้สึกมีความกังวลใจ หลังทราบว่า เมื่อเดินทางมาถึงที่ จ.สมุทรสาคร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์มาหาแจ้งว่า จะขอเชิญให้เดินทางกลับมาที่สถานีตำรวจ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฏหมาย
คุณลุงสมหมายจึงมีความรู้สึกกังวลว่า อาจจะได้รับความไม่เป็นธรรม เพราะตอนแรกเห็นว่า จะไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่สุดท้ายกลับมีการโทรแจ้งให้กลับไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งคุณลุงสมหมาย มีความกังวลใจอย่างมาก จึงโทรมาขอปรึกษา และขอให้ทนายโนบิตะและทีมทนายความให้การช่วยเหลือเรื่องคดี
คุณลุงสมหมาย อดีตทหารพราน บอกอีกว่า สาเหตุที่ก่อเหตุชกหน้าทหารเขมร เนื่องมาจากว่า รับไม่ได้ และรู้สึกอึดอัดใจกับการกระทำของทหารกัมพูชาที่ทำกับทหารไทย ผมในฐานะเคยเป็นอดีตทหารผ่านศึก และพร้อมจะปกป้องชาติศาสนาแผ่นดินเกิด
จึงเดินทางไปที่ปราสาทตาเมืองธม ตัดสินใจที่จะก่อเหตุในวันดังกล่าว แม้ว่าทราบอยู่แล้วว่าจะต้องถูกดำเนินคดีคดีก็พร้อมที่จะรับผลของการกระทำ เราเสียเขาพระวิหารไปแล้ว จะยอมเสียอีกหรือ ผมทำไปเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย ไม่อยากให้ทหารกัมพูชาพูดดูถูกแบบนี้
ทั้งนี้ ลุงสมหมาย แจ้งว่า จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการด้านคดี ในวันที่ 19 ก.ค. 68 ที่จะถึงนี้ อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทย และทุกคนที่รักในแผ่นดินเกิด ร่วมส่งกำลังใจสุดท้ายลุงสมหมาย ช่วงเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งอยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและทุกคนที่รักในแผ่นดินเกิด ร่วมส่งกำลังใจให้ลุงสมหมาย และขอเรียนเชิญทุกคนไปแสดงสัญลักษณ์ในวันรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร

ด้าน ทนายโนบิตะ บอกว่า คดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน เป็นการทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 แม้ความผิดตามมาตรา 391 จะมีโทษไม่รุนแรงนัก แต่ก็ถือเป็น “ความผิดอาญาแผ่นดิน” ที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ทำให้ไม่สามารถยอมความ เพื่อให้คดีระงับได้ แม้ผู้เสียหายจะตกลงยอมความกันแล้ว พนักงานสอบสวนก็ยังสามารถดำเนินคดีต่อไปได้จนกว่าคดีจะขาดอายุความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาคุณลุงสมหมายตามขั้นตอน
ทั้งนี้ ทนายโนบิตะ ฝากถึงทหารเขมรคู่กรณี หากประสงค์จะดำเนินคดี หรืออยากจะเรียกค่าเสียหายก็สามารถที่จะเดินทางมาแจ้งความได้ที่ประเทศไทย ตำรวจไทยและศาลไทยยินดีให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นทหารกัมพูชาอย่างแน่นอน