กรมควบคุมโรค เปิดสเปก ‘ห้องสูบบุหรี่ต้นแบบ’ สนามบินสุวรรณภูมิ จัดทำใน 2 จุด เน้นย้ำ ไม่กระทบผู้โดยสาร ปลอดภัยกับทุกคนมากที่สุด คาดแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.ค. นี้
18 ก.ค. 68 – นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจัดทำห้องสูบบุหรี่ในท่าอากาศยาน ว่า
เดิมปกติแล้ว สนามบินต่างๆ สามารถทำเขตสูบบุหรี่ได้ โดยจะเป็นบริเวณภายนอกอาคารของท่าอากาศยาน ซึ่งจะเห็นได้ทั่วไปในทุกสนามบิน จะอยู่แถวๆ ทางเข้าออกอาคารข้างนอก ส่วนความจำเป็นของการทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคาร เพื่อรองรับสำหรับผู้ที่ต้องการสูบบุหรี่ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีการแอบไปสูบในพื้นที่ของท่าอากาศยาน เช่น ห้องน้ำ ทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ และยังผิดกฎหมายด้วย
ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จึงมีการเสนอให้จัดทำพื้นที่สูบบุหรี่ภายในอาคาร ซึ่งจะเน้นในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีอาคารเชื่อมต่อสำหรับผู้เดินทางแบบต่อเครื่อง ไม่สามารถออกมาสูบบุหรี่ภายนอกอาคารได้
นพ.ชยนันท์ กล่าวว่า เบื้องต้น ในที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีมติให้ทางท่าอากาศยานจัดทำห้องสูบบุหรี่ต้นแบบ ภายในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะจัดทำใน 2 จุด คือ อาคาร SAT-1 จำนวน 1 ห้อง อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 จำนวน 3 ห้อง และห้องสูบบุหรี่ภายนอกอาคาร จะอยู่บริเวณชั้น 2 ที่เป็นโซนด้านนอกของอาคาร
และที่ประชุมได้เน้นย้ำว่า หากท่าอากาศยานจะสร้างอาคารใหม่ ควรออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับการทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารด้วย ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำว่า การจัดทำพื้นที่สูบบุหรี่ และห้องสูบบุหรี่ในอาคาร จะต้องไม่กระทบกับผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องควันบุหรี่มือสอง จะต้องทำให้ปลอดภัยกับทุกคนมากที่สุด
นพ.ชยนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับห้องสูบบุหรี่ต้นแบบ ไม่ได้กำหนดขนาดของห้อง แต่กำหนดเรื่องรูปแบบของห้องจะต้องเป็นลักษณะห้องกักกันโรค ที่เป็นประตู 2 ชั้น มีระบบจัดการอากาศแบบความดันลบ และระบบระบายอากาศที่ดี เพื่อไม่ให้หลงเหลือควันบุหรี่มือสอง ที่จะสร้างผลกระทบให้กับผู้อื่น
ซึ่งห้องสูบบุหรี่ต้นแบบ คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม จากนั้นจะมีการประเมินความปลอดภัย ก่อนจะเปิดให้ทดสอบใช้งานจริงในเดือนสิงหาคม เพื่อดูผลกระทบและประสิทธิภาพของการจัดการ ก่อนจะนำมาหารือในที่ประชุมอีกครั้ง