จับมือปืนก่อเหตุยิงครู หน้าบ้านพัก เผยปมสังหารอ้างถูกผู้ตายเหยียดหยามด้วยคำพูด อดกลั้นมานาน จนเจอหน้าทักทายด้วยคำพูดไม่เข้าหู จึงฟิวส์ขาด กดกระสุนยิงใส่ 4 นัด
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายพิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ 412/2568 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ค
วามผิดฐานฆ่าผู้อื่น, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมืองหมู่บ้าน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณจุดเกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเฮา ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนสั้น ชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ซองกระสุน ขนาด 9 มม. 2 ซอง และรถยนต์โตโยต้าวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ญฬ 9940 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ก่อเหตุ
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ส.ค. 2568 ขณะที่ผู้ตายคือ นายสุพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี กำลังยืนอยู่ที่หน้าบ้านของตนเอง ขณะนั้นทางผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์โตโยต้าวีออส สีดำ เข้ามาก่อนจะลดกระจกลงแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 4 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ซึ่งขณะนั้นผู้ตายกำลังเดินออกไปหน้าบ้าน เพื่อที่จะเล่นกับลูก ที่กำลังขี่จักรยานอยู่ หลังเสียงปืนสงบ ผู้ต้องหาได้หลบหนีไป ลูกชายก็ได้ตะโกนเรียกพ่อ และคนในบ้านให้ออกมาช่วยเหลือ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวนายพิชัย ผู้ต้องหาออกมาจากห้องคุมขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ลงมือก่อเหตุ โดยนายพิชัย อ้างว่า ก่อนหน้านี้ตนเองก็รู้จักกับครอบครัวผู้ตาย และบ้านใกล้เคียงที่เป็นตำรวจ
ต่อมาตนกับภรรยามีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ก็จะมีผู้ตายกับตำรวจมาคอยกัน มาพูดจาทำให้ตนรู้สึกว่าถูกดูถูกเหยียดหยาม ตนเองเป็นคนเชียงใหม่ มาลงหลักปักฐานที่นี่ มันมีเหตุจูงใจ คนเราฆ่าได้หยามไม่ได้ ถ้าพูดจาสุภาพเรียบร้อยก็คงไม่มีปัญหากัน ประเด็นอยู่ที่คำพูดจา ต้องให้เกียรติกัน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ทั้งนี้เวลาที่ตนเองทะเลาะกับภรรยา เพื่อนบ้านที่เป็นตำรวจ ก็มายืนคุม มาดูเหตุการณ์ใกล้ ๆ ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้ตนรู้สึกถูกลุกล้ำ ตนผิดอะไร มีสิทธิอะไรมาทำกับตนแบบนี้ ทำให้ตนเสียสุขภาพจิตมาตลอด เป็นเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้น จากตำรวจก็เชื่อมไปยังครูข้างบ้าน ถูกพูดจาดูถูกถากถางมาตลอด ทะเลาะกับภรรยาปุ๊บ ก็มาถามซื้อบ้านว่าจะขายเท่าไหร่ เวลาตนไปคุยด้วยก็ถูกถามว่า จะไปซุกหัวนอนที่ไหน มันสะสมมา 4-5 เดือน เหมือนถูกด้อยค่า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งมีญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรออยู่ เจ้าหน้าที่ต้องวางกำลัง และพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติผู้ตาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ก่อนนำตัวนายพิชัย ผู้ต้องหาลงมาจากรถ และให้เข้าไปนั่งในรถคันเกิดเหตุ
โดยขณะเกิดเหตุนายพิชัย ได้ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านผู้ตายก่อนจะลดกระจกลง เพื่อที่จะทักทายผู้ตาย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ทางผู้ตายพูดว่า “จะไปซุกหัวนอนที่ไหน” เพราะตนเพิ่งขายบ้านใกล้ ๆ กันไปได้เดือนกว่า ๆ ในราคา 2.7 ล้าน ทำให้เกิดอารมณ์โมโห หยิบปืนขึ้นมาและข้ามมายังฝั่งข้างคนขับ ลั่นไกออกไป 4 นัด
นัดแรกพอยิงไป ผู้ตายด่ากลับมาว่าไอ้เxย ทำให้ยิ่งโมโห ยิงไปอีก 3 นัด ก่อนที่จะหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งทางญาติผู้ตายต่างก็ยังทำใจไม่ได้ ยืนร้องไห้เสียใจอยู่ภายในรั้วบ้าน ด้วยความอัดอั้นตันใจ เพราะนายสุพจน์ผู้ตายเป็นเสาหลักของบ้าน และเป็นที่รักของทุกคน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องชู้สาว ตามข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้
นางทองคำ อาของนายสุพจน์ หรือครูเก่ง กล่าวว่า ครูเก่งเป็นลูกคนเดียว ถูกเลี้ยงมาพร้อม ๆ กับลูกพี่ลูกน้อง ทุกคนรักครูเก่งเพราะเป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักและดูแลญาติพี่น้องทุกคน เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน ชอบช่วยเหลือคน ข่าวที่ออกไปก่อนหน้านั้นว่าเป็นเรื่องชู้สาว ไม่ใช่เรื่องจริง เสียใจมากที่ข่าวออกไปแบบนั้น
หลานตนเป็นครูภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ครูพละ ไม่ใช่เรื่องชู้สาวแน่นอน หลานไม่ใช่คนแบบนั้น กับตัวของผู้ต้องหาก็ไปมาหาสู่กินข้าวกินน้ำด้วยกันตลอด รู้จักกันอยู่แล้ว เสียใจมาก มาทำกันทำไม มายิงทำไม สงสารหลาน (ผู้ตาย) แล้วก็สงสารลูกของหลาน (ลูกผู้ตาย) น้องเข้มแข็งมาก เก่งมาก คอยปลอบใจทุกคน อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าข่าวที่ออกไปตอนแรกว่าเป็นเรื่องชู้สาว ความจริงแล้วมันไม่ใช่ อยากให้แก้ข่าวให้ด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลหาหลักฐาน และทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกพื้นที่โดยยานพาหนะที่ใช้ก่อนเหตุ แล้วหลบหนีไปหลายจังหวัด จึงได้ประสานงานข้อมูลกับ ตำรวจพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจกองปราบ จนได้เบาะแสติดตามตัวคนร้าย จนกระทั่ง ศาลจังหวัดมหาสารคามอนุมัติออกหมายจับ นำไปสู่การจับกุมตัวได้ เมื่อเย็นวันที่ 29 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา
ในส่วนของการดำเนินคดีเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีการพกอาวุธปืน พกปืนในที่สาธารณะ โดยไม่เหตุอันสมควร ส่วนแรงจูงใจขณะนี้กำลังสอบสวนเพิ่มเติมอยู่ ซึ่งมีหลายสาเหตุ