คุมตัว โจ้ มือปืน ยิงดับหนุ่มกู้ภัย ทำแผน ซัดทอดผู้ใหญ่ปอนด์ จ้างวาน ตร.เจอพิรุธปมประกันชีวิต พบมีการชักชวนชาวบ้านทำประกันชีวิต ก่อนทยอยเสียชีวิต
จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายศรายุทธ หรือเก่ง อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ จนเสียชีวิต บริเวณถนนเลียบคลอง หมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม นายวชรวิทย์ หรือโจ้ อายุ 31 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ
โดยให้การซัดทอดว่า นายภานุพงษ์ หรือผู้ใหญ่ปอนด์ อายุ 31 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้จ้างวาน และจัดหาอาวุธปืนให้ จึงได้ขอหมายศาลติดตามไปจับกุมตัว โดยผู้ใหญ่ปอนด์ ยังให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 20 ก.ย. 2568 ที่สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยาภรรยาของนายวชรวิทย์ เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย วัย 2 ขวบเพื่อติดต่อขอเยี่ยม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อนุญาตให้เยี่ยมให้เพียงฝาก อาหารและน้ำดื่มไว้เท่านั้น ต่อมีทางครอบครัวของผู้ใหญ่ปอนด์ เดินทางเข้ามาฝากสิ่งของเพื่อเยี่ยมเอาไว้ด้วยเช่นกัน
ภรรยาของนายโจ้ มือปืน บอกว่า ไม่รู้เรื่องส่วนของของสามี ทราบเพียงว่าสามีจะมาช่วยทำงานที่บ้านของผู้ใหญ่ปอนด์ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน ตามที่จะเรียกและว่าจ้าง ให้พร้อมกับมาช่วยกันทำสาธารณประโยชน์ต่างๆ วันเกิดเหตุ สามีไม่ได้อยู่บ้านมานอนค้างบ้านผู้ใหญ่ และกลับบ้านไปช่วงสายอีกวัน มาทราบตอนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมตัวที่บ้าน ในพื้นที่ จ.อ่างทอง
ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ชนะ ธีรศรัณยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวนาย วชรวิทย์ ออกจากห้องขัง พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณที่เกิดเหตุ โดยมีการแยกรถ ผู้ต้องหา และรถที่ขนรถจักรยานยนต์ และรถกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระจายไปตามเส้นทางต่างๆไม่ให้วิ่งไปเป็นขบวนเกรงว่าจะมีประชาชนไปดูการทำแผน
การทำแผนเริ่มต้นตั้งแต่จุด ที่นายโจ้ จอดรถรอห่างจากทางเข้าบ้านของ นายเก่ง ผู้เสียชีวิต และทำท่าเข็นรถจักรยานยนต์สวนทาง จากนั้นเห็นว่ารถจักรยานยนต์ของ นายเก่ง ผู้เสียชีวิต ขับมาพอดี ซึ่ง นายโจ้มือปืน จำได้เพราะไฟหน้ามีลักษณะพิเศษ เป็นรถจักรยานยนต์กู้ภัย จึงได้โบกมือเรียกให้หยุด ขอความช่วยเหลือน้ำหมด นายเก่ง ผู้เสียชีวิตได้จอดรถ ลงไปช่วย
นาย โจ้ อาศัยช่วงจังหวะที่นายเก่ง หันหลัง ใช้อาวุธปืนลูกซอง ไทยประดิษฐ์ จ่อยิงที่ท้ายทอย จนล้มคว่ำไป ตอนนั้นไม่รู้ว่าเสียชีวิตหรือไม่ เพราะคิดว่า เหมือน นายเก่ง ผู้เสียชีวิต จะรู้ว่าตัวถูกยิง ท่าทางเหมือนจะวิ่งหนีด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวนายโจ้ ไปชี้จุด ที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่ปอนด์ ที่ หลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในรถยนต์กระบะ ที่จอดไว้ในบ้าน นอนหลับจนถึงช่วงสายได้หลบหนีกลับไปบ้านพักที่ จ.อ่างทอง โดยไม่ได้เจอกับทางผู้ใหญ่ปอนด์เลย
ทุกขั้นตอนของการทำแผน นายโจ้ นำชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งเปิดเผย ว่า ตนเองรู้จักผู้ใหญ่ปอนด์ เพราะเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกัน ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ปอนด์หลายเรื่อง เรียกมาทำงานต่างๆที่บ้านและงานสาธารณประโยชน์ของผู้ใหญ่บ้าน จะได้ค่าแรง ล่าสุดตนเองตกงาน ภรรยาก็ตกงานพร้อมกัน ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก และค่าน้ำค่าไฟของบ้าน ผู้ใหญ่ปอนด์ได้ให้ความช่วยเหลือไม่ให้อดตาย
จนช่วงก่อนที่จะก่อเหตุ ผู้ใหญ่ปอนด์ได้มาบอกว่า ช่วยเล่นนายเก่งให้หน่อย ซึ่งวันนั้นนายเก่ง มาทำงานที่บ้านผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน จึงได้จำหน้าเอาไว้ ตนเองไม่รู้จักกับนายเก่งเป็นการส่วนตัว จนล่าสุดผู้ใหญ่ปอนด์ได้มาบอกกับตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเตรียมอาวุธปืนมาให้ จึงได้ลงมือก่อเหตุ ไม่ทราบมาก่อนว่ามีปัญหากันเรื่องของเงินประกันชีวิต
ถ้าทราบว่าเป็นเรื่องนี้ตนเองจะไม่ทำ คิดว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เพราะทราบว่าผู้ใหญ่ปอนด์ ซึ่งเป็นอาสาสมัครมูลนิธิ เคยมีปัญหากับทางกู้ภัยมาก่อนด้วยคิดว่าเป็นเรื่องนี้ ตนเองไม่ได้ติดต่อกับผู้ใหญ่ปอนด์เลยหลังก่อเหตุ เป็นไปตามแผนที่มีการคุยกันเอาไว้ เพื่อป้องกันการถูกติดตามหรือดักฟังทางโทรศัพท์ จนผู้ใหญ่ปอนด์ ได้โทรศัพท์มาบอกตนเองว่า ให้มาช่วยจัดงานศพ
คนแถวบ้าน ทำให้ตนทราบว่า นายเก่งที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้จะไม่มีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง ก่อนหน้าที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้ใหญ่ปอนด์ยังได้มาชักชวนให้ภรรยาของตนเองทำประกันชีวิตแต่ภรรยาตนเองปฏิเสธไป และตนเองเริ่มมีความกังวลด้วยอาจจะถูกผู้ใหญ่ปอนด์ ปิดปาก ก่อนที่จะก่อเหตุตนเองได้เสพยาบ้าไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้เกิดความกล้าด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนาย โจ้ มือปืน กลับไปที่ สภ.บ้านแพรกอีกครั้งเพื่อเตรียมเอกสาร นำตัวควบคุมไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใน ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืน ไปในเมืองหมู่บ้าน ใช้อาวุธปืน
ระหว่างนั้น ภรรยาของนาย โจ้ และลูกชาย วัย 2 ขวบ ได้เข้ามาหานายโจ้ ลูกชายส่งเสียงร้องจะเข้าไปหา นาย โจ้ เป็นภาพที่น่าสงสารต่อผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้อนุญาต เข้าไปพูดคุยกัน นายโจ้ได้อุ้มลูกชายเข้ามากอดหอมแก้ม จากนั้นได้คุมตัวไปฝากขังทันที
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจ ได้ควบคุมตัว นายภานุพงษ์ หรือ ผู้ใหญ่ปอนด์ ออกจากห้องควบคุมตัว เพื่อนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหาให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยการใช้ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีการอื่นใด สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเจตนา โดยแยกไปรถละคันกับนายโจ้ โดยผู้ใหญ่ปอนด์ มีสีหน้าปกติ ยกมือไหว้ทักทายกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวเพียงว่า ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่านายปอนด์ได้มีการชักชวนทำประกันชีวิตให้กับชาวบ้านหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นการทำประกันให้กับคนยากจน ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ให้เหตุผลในการชักชวนว่า หากมีการเสียชีวิตจะได้เงินในการจัดการศพ และใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 3 ราย มีบางรายเสียชีวิตด้วยสาเหตุของการจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง




