ป.ป.ช. ภาค 8 ลุยตรวจสอบวิลล่าหรู เกาะสมุย พบการกระทำผิด ก่อสร้างในพื้นที่สีแดง-เงินลงทุน 300 ล้านไม่มีที่มาเข้าข่ายฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 และนายเนติพล ชุมยวง ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าและแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคาร และการดำเนินธุรกิจนอมินีของชาวต่างชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
จากการตรวจสอบของคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 กอ.รมน. ภาค 4 เข้าตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างอาคารวิลล่าหรูในพื้นที่ลาดชันสูง พบการกระทำผิด 93 ราย ในพื้นที่ 24 จุด
โดยมีฐานความผิด 5 พ.ร.บ. ได้แก่ การควบคุมอาคาร, การก่อสร้าง, โรงแรม, สิ่งแวดล้อม และการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว โดยคณะทำงานฯได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขณะเดียวกันยังพบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงรายงานต่อ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จากนั้น คณะ ป.ป.ช. ภาค 8 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการใน พื้นที่ ต.แม่น้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมาย โดยพบว่าวิลล่า 5 หลังที่ก่อสร้างเสร็จแล้วตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่สามารถออกใบอนุญาตก่อสร้างได้ และยังพบว่ามีการเปิดให้จองห้องพักออนไลน์ แม้จะมีการติดป้ายว่า “ปิดปรับปรุง”
นอกจากนี้ สำนักงานสรรพากรพื้นที่เกาะสมุยยังได้รายงานว่า มีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรูอีกแห่งหนึ่ง ที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับเงินลงทุนจำนวน 300 ล้านบาท ที่โอนมาจากต่างประเทศโดยไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ ซึ่งทางสรรพากรตั้งข้อสังเกตว่าเป็น บริษัทนอมินีและอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน

นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 8 ได้สั่งให้ชุดสืบสวน ป.ป.ช.ร่วมกับ กอ.รมน. ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้กระทำผิด พร้อมย้ำว่าในปีงบประมาณ 2569 ป.ป.ช.จะกำหนดพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เป็น “พื้นที่ปักหมุดหยุดทุจริต” เพื่อให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และจะมีการประเมินผลทุก 3 เดือน