‘พระมหาอุเทน’ โพสต์คลิปอยู่ที่ ‘สำนักปฏิบัติธรรมพรหมญาณธรรมาราม’ เล่าย้อนถูกภาคทัณฑ์ ขับออกจากวัดชนะสงคราม ชี้เท่ากับต้องการให้สึก ยันจะบวชตลอดชีวิต

กรณีพระมหาอุเทน ปญฺญาปริทตฺโต วัดชนะสงคราม ที่กล่าวพาดพิงถึงฆราวาส เช่น แพรรี่ ไพรวัลย์ อ.เบียร์ และอ.จตุรงค์ จงอาษา ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ต่อมาพระราชวัชรกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะ 9 มีหนังสือตักเตือน ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว แต่พระมหาอุเทน ไม่ยอมหยุด ทำให้คณะสงฆ์วัดชนะสงครามมีมติภาคทัณฑ์ เป็นเหตุให้พระหาอุเทน ตัดสินใจขนของออกจากวัดตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.นั้น ซึ่งยังไม่ยืนยันว่า พระมหาอุเทนไปอยู่ที่ใดนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาอุเทน โพสต์คลิปวิดีโอลงเฟซบุ๊ก พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์ พร้อมข้อความว่า เผือกร้อนกระเด็นกระดอนไป ใครก็ไม่กล้ารับ แต่ท่านพระครู… ก็อ้าแขนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีจิต แม้กุฏิที่ตนเคย สร้างเอาไว้แท้ๆ แต่ก็ต้องออกไปภายใน 6 ชั่วโมง

โดยในคลิปวีดีโอช่วงหนึ่ง พระมหาอุเทน บอกว่า การแสดงธรรมในครั้งนี้ได้มาอยู่ที่จ.นครสวรรค์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่คณะสงฆ์วัดชนะสงครามมีมติภาคทัณฑ์ ว่าไม่รู้ตัวว่าต้องถูกภาคทัณฑ์ ขับออกจากวัดกลางอากาศ เรียกว่าจู่โจมโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จึงทำกิจของสงฆ์ตามปกติ จงกรมหลังพระประธานในพระอุโบสถ และร่วมสังฆกรรมในวันมหาปวารณาเมื่อเสร็จแล้วและได้รับคำสั่งจากวัดชนะสงคราม

หากเป็นท่านจะรู้สึกอย่างไร ก็คงจะเกิดความวิตกเป็นธรรมดา ตนก็ตกในสภาพนั้น จำวัดหลับได้ยากมาก และติดต่อรถมาเอาของในกุฏิในวันรุ่งขึ้น (8 ต.ค.) โดยใช้รถขนของ 3 คัน แทบหมดกุฏิ ยังเหลือบางอย่างที่กุฏิ แต่ขอให้ล่วงไปหลายวันจากนี้หน่อย จะกลับไปไปเอาของที่วัดชนะสงคราม

พระมหาอุเทน กล่าวอีกว่า การภาคทัณฑ์ การให้ไปแสวงหาที่อยู่ใหม่ในคณะอื่น ก็มีค่าเท่ากันกับการถึงขั้นต้องการให้ลาสิกขา เพราะการขับตนออกจากวัดชนะสงคราม ก็เท่ากับให้ลาสิกขา แต่ตนบอกท่ามกลางสงฆ์วัดชนะสงครามว่า ต้องการบวชตลอดชีวิต เพื่อสนองงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตอนนั้นยังไม่นึกถึงพรหมญาณธรรมาราม

แต่นึกถึงที่วัดพระธาตุหลวงจำไก่ ซึ่งทางวัดแจ้งว่าไม่สะดวกในการรับพระ และขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็นึกถึงสำนักปฏิบัติธรรมพรหมญาณธรรมาราม สาขาวัดคีรีวงศ์ จ.นครสวรรค์ ที่เคยสร้างไว้ ปัจจุบันมีหลวงพี่เจริญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์ กับหลวงตาแก้ว จำพรรษาอยู่ ซึ่งตนร่วมทำบุญสร้างสำนักแห่งนี้ จึงติดต่อหลวงพี่เจริญ ก็ยินดีให้ตนไปอยู่ ทั้งยังบอกว่าให้อยู่ที่นี่ไปตลอดด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน