กรมทรัพยากรธรณี เตือน 9 จังหวัด เหนือ-ใต้ ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระวังอันตราย น้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก เสี่ยงดินโคลนถล่ม แจ้งหน่วยงานเกี่ยวข้อง เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
30 ต.ค. 68 – ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
เนื่องจากในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ประกอบกับมีพื้นที่คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มล่วงหน้า โดยเฉพาะ 9 จว. ได้แก่ จ.ตาก จ.อุทัยธานี จ.ชุมพร จ.ระนอง จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.กระบี่ และภูเก็ต
โดยข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต
แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณปลายแหลมญวณ ประกอบกับมีแนวพัดสอบของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิต ทางการเกษตร รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก และระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่
สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย เนื่องจากร่องมรสุม ที่เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยที่อาจจะขึ้นได้
โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากมีสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยเกิดขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงทีเพื่อสร้างความมั่นใจและให้คำแนะนำเบื้องต้นกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย