ชายวัย 40 ปี ตรวจพบ “ภาวะไตเสื่อม” เหมือนคนอายุ 80 เพราะกินเมนูอาหารเย็นแบบเดิมซ้ำๆ แพทย์ชี้ ถึงแม้จะสะดวกและอร่อย แต่แลกมาด้วยภัยเงียบสุขภาพ

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ชายวัยเพียง 40 ปีรายหนึ่ง กลับตรวจพบว่า การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรุนแรง จนอยู่ในระดับใกล้เคียงผู้สูงอายุ 70-80 ปี โดยสาเหตุไม่ได้มาจากโรคประจำตัวที่ซับซ้อน แต่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารมื้อเย็นที่พบได้ทั่วไป

กรณีดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย นพ.หง หย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากไต้หวัน ผ่านรายการทีวีชื่อดัง สร้างความตกใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก

ผู้ป่วยเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้า ซึ่งต้องทำงานหนักและมีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง อีกทั้งยังมีอาการขาบวม เมื่อตรวจร่างกายพบว่าอัตราการกรองของไต (GFR) เหลือเพียงประมาณ 60 มิลลิลิตรต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับผู้สูงอายุ

แพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานหรือมีโรคประจำตัวชัดเจน แต่สาเหตุหลักกลับมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและความสะดวก เขามักเลือกกิน “ชุดประหยัด” ในมื้อเย็น ซึ่งประกอบด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ชาม ไส้กรอก 1 ชิ้น และน้ำอัดลม 1 กระป๋อง กินซ้ำกัน 4-5 วันต่อสัปดาห์

แม้จะดูเป็นมื้ออาหารง่าย ๆ และคุ้นเคยสำหรับหลายคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการรวมตัวของอาหารแปรรูปขั้นสูง (ultra-processed food) ซึ่งผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมหลายขั้นตอน และมีปริมาณสารปรุงแต่ง เกลือ น้ำตาล และสารกันเสียในระดับสูง

นพ.หง อธิบายว่า อาหารกลุ่มนี้มักมีสารฟอสเฟตในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการถนอมอาหารและเพิ่มรสชาติ โดยอาจเร่งการเกิดภาวะหินปูนเกาะในหลอดเลือด ส่งผลให้หน่วยกรองไตได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ปริมาณโซเดียมสูง รวมถึงสารแต่งสี แต่งกลิ่น และสารกันเสีย ยังเพิ่มภาระให้ระบบขับถ่าย ทำให้ไตต้องทำงานหนักเกินไปในระยะยาว

ขณะเดียวกัน น้ำอัดลมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ส่วนอาหารแปรรูปมักขาดใยอาหารและสารอาหารจำเป็น ส่งผลให้ร่างกายอยู่ในภาวะ “พลังงานเกิน แต่ขาดสารอาหาร”

ภายหลังวินิจฉัยสาเหตุ แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทันที โดยงดอาหารแปรรูปขั้นสูง หันมาบริโภคอาหารสด ลดการปรุงแต่ง และเพิ่มการดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผลลัพธ์พบว่า เพียง 3 เดือนหลังการปรับพฤติกรรม การทำงานของไตดีขึ้นอย่างชัดเจน ค่า GFR เพิ่มขึ้นอีก 20 หน่วย และความดันโลหิตกลับมาคงที่ ถือเป็นการฟื้นตัวที่มีนัยสำคัญ สะท้อนว่าไตยังสามารถฟื้นฟูได้ หากได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

ไม่เพียงแต่กรณีเฉพาะราย งานวิจัยขนาดใหญ่ยังให้ข้อมูลสอดคล้องกัน โดยการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างราว 500,000 คน พบว่า ทุก ๆ การเพิ่มขึ้น 10% ของสัดส่วนอาหารแปรรูปในมื้ออาหาร จะทำให้ความเสี่ยงไตเสื่อมเพิ่มขึ้น 7%

อาหารแปรรูปไม่ได้จำกัดเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก หรือเครื่องดื่มอัดลมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมันฝรั่งทอด ขนมบรรจุหีบห่อ อาหารกระป๋อง อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารทอด ผลิตภัณฑ์นมอุตสาหกรรม ผงปรุงรส ซุปสำเร็จรูป ขนมหวานผลิตจำนวนมาก รวมถึงเครื่องดื่ม “น้ำตาลต่ำ” ที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

แม้อาหารเหล่านี้จะสะดวก ราคาย่อมเยา และรับประทานง่าย แต่หากบริโภคเป็นประจำย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “ไต” ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียในร่างกาย จะเป็นหนึ่งในอวัยวะแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

กรณีของชายวัย 40 ปีรายนี้จึงถือเป็นสัญญาณเตือนว่า อายุที่ยังน้อยไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะสามารถทนต่อพฤติกรรมเสี่ยงได้ในระยะยาว พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน โดยเฉพาะด้านการกิน อาจค่อย ๆ บั่นทอนสุขภาพโดยไม่แสดงอาการในทันที

การให้ความสำคัญกับอาหารสด การรับประทานอย่างสมดุล และการควบคุมความถี่ในการบริโภคอาหารแปรรูป ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดสุขภาพในระยะยาว

ที่มา SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน