หญิงไต้หวันวัย 24 ปี ต้องฟอกไตตลอดชีวิต หลังมี 4 พฤติกรรมเสี่ยง จนน้ำตาลในเลือดพุ่งเกินเครื่องตรวจวัด ย้ำอย่าใช้ชีวิตแบบทำลายสุขภาพ
คนจำนวนไม่น้อยมักคิดว่าตัวเองยังอายุน้อยจึงละเลยสุขภาพ ล่าสุด “หลินถิง” พยาบาล ICU ได้แชร์กรณีตัวอย่างสะเทือนใจของหญิงสาววัยเพียง 24 ปี ที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำหวานและกินของหวานเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก
อีกทั้งเมื่อป่วยก็ไม่ยอมไปพบแพทย์ แต่เลือกซื้อยาแก้ปวดกินเองจำนวนมาก กระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการแน่นหน้าอกรุนแรงจนต้องถูกส่งโรงพยาบาล โดยระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนเครื่องตรวจไม่สามารถวัดค่าได้ แม้ทีมแพทย์จะช่วยชีวิตไว้ได้ แต่ไตของเธอได้ล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ จนต้องเผชิญกับการฟอกไตไปตลอดชีวิต

พยาบาลหลินถิงโพสต์คลิปเตือนภัยผ่านเพจส่วนตัว ระบุว่า หญิงสาวรายนี้มีพฤติกรรมนอนดึก กินมื้อดึก และดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกวัน ตั้งแต่สมัยประถมจนถึงปัจจุบัน หลังมื้ออาหารจะต้องกินของหวาน เช่น ขนมปัง เค้ก หรือขนมหวานเสมอ
ก่อนเข้ารับการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ เธอเริ่มรู้สึกแน่นหน้าอกและไม่สบายตัว แต่ยังฝืนทน กระทั่งช่วงสุดท้ายได้โทรศัพท์ร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากแม่ บอกว่า “หนูไม่ไหวแล้วจริง ๆ” เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ร่างกายซีดขาว ความรู้สึกตัวเริ่มลดลง และแทบวัดความดันโลหิตไม่ได้
หลินถิงระบุว่า ทีมแพทย์รีบตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทันที แต่พบว่าค่าสูงมากจน “เครื่องตรวจไม่สามารถอ่านค่าได้” นอกจากนี้ผลตรวจเลือดยังพบว่าค่าการอักเสบในร่างกายสูงผิดปกติ และการอักเสบได้ลุกลามไปยังปอดและไตแล้ว

เมื่อสอบถามมารดาของหญิงสาวถึงพฤติกรรมที่ผ่านมา แม่ของเธอเปิดเผยอย่างหมดหวังว่า เวลาลูกสาวรู้สึกไม่สบาย มักซื้อยาแก้ปวดและยาลดไข้กินเอง “ตรงหัวเตียงเต็มไปด้วยกล่องยา” และที่ผ่านมาเธอมักอดทนไม่ยอมไปพบแพทย์
หลินถิงให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับอีทีทูเดย์ ว่า หญิงสาวรายนี้มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินที่ไม่เหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังโดยไม่ได้รับการควบคุม ประกอบกับการใช้ยาด้วยตนเองอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ไตสูญเสียการทำงานโดยสิ้นเชิง จนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “ไตวายระยะสุดท้าย” และมีภาวะของเสียคั่งในร่างกายจนทำให้เกิดน้ำท่วมปอด

ทีมแพทย์จึงต้องรีบใส่ท่อช่วยหายใจและฟอกไตฉุกเฉิน ซึ่งในอนาคตหญิงสาวอาจต้องใช้ชีวิตร่วมกับการฟอกไตตลอดไป จากเหตุการณ์ดังกล่าว หลินถิงได้ฝากข้อเตือนไปยังคนวัยหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตคนเดียวว่า อย่าปล่อยตัวหรือใช้ชีวิตแบบทำลายสุขภาพ พร้อมให้คำแนะนำสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่
- อย่าทำพฤติกรรมเสี่ยงให้กลายเป็นเรื่องปกติ การนอนดึก กินมื้อดึก รวมถึงกินขนมปัง เค้ก และเครื่องดื่มหวาน สามารถทำได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน
- อย่าคิดว่าอายุน้อยแล้วร่างกายจะรับไหวเสมอ แม้ภายนอกจะดูแข็งแรง แต่ร่างกายย่อมมีขีดจำกัด ปัจจุบันโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเบาหวาน มีแนวโน้มเกิดในคนอายุน้อยมากขึ้น และพบได้บ่อยในทางคลินิก
- เมื่อป่วยอย่าฝืนทน หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เพราะหากปล่อยจนร่างกายทรุดหนักและต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต ย่อมไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน