ศัลยแพทย์จีนเปิดใจชีวิตสุดกดดัน ตารางงานแน่น ไม่มีเวลาพักผ่อน จนน้ำหนักพุ่ง 150 กก. สุขภาพทรุด ท่ามกลางเสียงตั้งคำถามต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ศัลยแพทย์จากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ หลังมีรายงานว่าเขามีน้ำหนักตัวสูงถึง 150 กิโลกรัม จนเกิดการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ และมีชาวเน็ตบางส่วนแซวเชิงตั้งคำถามเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของแพทย์กับความน่าเชื่อถือในการรักษา
แพทย์รายนี้คือ เซี่ยง รุ่ยหลง ศัลยแพทย์ทรวงอก ซึ่งเกิดในช่วงทศวรรษ 1980 ปัจจุบันปฏิบัติงานอยู่ที่โรงพยาบาลเย่ว์หยางด้านการแพทย์แผนจีนผสมผสานการแพทย์ตะวันตก ในนครเซี่ยงไฮ้

เซี่ยง รุ่ยหลง กล่าวว่าเขาเคยพยายามลดน้ำหนัก แต่กลับเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งอยู่เสมอ – ภาพจาก Baidu
รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า เขามีส่วนสูง 184 เซนติเมตร และเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนปัจจุบันแตะระดับ 150 กิโลกรัม จากเดิมเมื่อกว่า 10 ปีก่อนที่เริ่มทำงานเป็นแพทย์ประจำบ้าน เขามีน้ำหนักราว 110 กิโลกรัม
เซี่ยงเปิดเผยว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดและแรงกดดันจากการทำงานในห้องผ่าตัดที่ต้องรับผิดชอบหลายเคสต่อวัน ทำให้แทบไม่มีเวลาพักผ่อนหรือดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

ภาพระยะใกล้ของมือของเซี่ยง แสดงให้เห็นว่าเขามีขนาดตัวใหญ่เพียงใด – ภาพจาก Baidu
เขายังเล่าถึงสภาพการทำงานว่า บางครั้งต้องยืนนานหลายชั่วโมงขณะผ่าตัด จนรู้สึกปวดหลังและเอวอย่างหนัก อีกทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายตัวเอง “กินพื้นที่ในห้องผ่าตัดมากเกินไป” ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางกายจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
แม้จะเป็นแพทย์ที่มีความรู้ด้านสุขภาพโดยตรง แต่เซี่ยงยอมรับว่า การนำความรู้มาใช้กับตัวเองกลับเป็นเรื่องยาก เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ต้องกินอาหารตามที่หาได้ และไม่มีแผนควบคุมระยะยาวที่ต่อเนื่อง
เขายังกล่าวติดตลกว่า บางครั้งเวลาคนไข้มองเขา ก็เหมือนจะคิดว่า “หมอเองยังอ้วน แล้วจะให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพได้อย่างไร” พร้อมยอมรับว่าโรคอ้วนของเขาเป็นเหมือน “บั๊กจากอาชีพ” ที่เกิดจากความเครียดและการทำงานหนัก

เซี่ยงกำลังพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์อีกคนหนึ่งในที่ทำงานของเขา – ภาพจาก Baidu
ด้านรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เหยา เจิ้ง ระบุว่า แพทย์ก็เป็นคนธรรมดาที่ต้องเผชิญแรงกดดันสูง มีตารางงานแน่นตั้งแต่ผ่าตัดไปจนถึงการตรวจผู้ป่วย จนแทบไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เซี่ยงเผยว่าเขาตั้งเป้าจะลดน้ำหนักลงให้ได้ถึง 50 กิโลกรัมภายใน 1 ปี และกำลังเข้าร่วมโปรแกรมลดน้ำหนักที่จัดโดยศูนย์ต่อมไร้ท่อและการจัดการน้ำหนักของโรงพยาบาล โดยหวังว่าจะสามารถกลับมาดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นในครั้งนี้

เซี่ยง หัวเราะอย่างร่าเริง ขณะถ่ายภาพร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเขา – ภาพจาก Baidu
รายงานด้านโภชนาการและโรคเรื้อรังของประชาชนจีน ซึ่งเผยแพร่โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนในปี 2567 ระบุว่า ผู้ใหญ่ชาวจีนประมาณ 51% อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน โดยใช้เกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 24 เป็นตัวชี้วัด
ขณะเดียวกัน เรื่องราวของเซี่ยงยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ของจีน และกลายเป็นประเด็นสะท้อนปัญหาสุขภาพของคนทำงานจำนวนมาก
ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ผมเข้าใจเขานะ ผมเองก็อ้วนเพราะทำงานหนักเหมือนกัน เวลามีความเครียด ผมก็จะกินเยอะ”
อีกความเห็นหนึ่งพูดติดตลกว่า “นี่ถือเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานของเขาหรือเปล่า?”
ที่มา: South China Morning Post (SCMP)
อ่านข่าวเพิ่มเติม: ไวรัล แม่จีนอายุมากสุด วัย 76 หลังคลอดลูกแฝด ตอนอายุ 60 เผยชีวิตที่ผ่านมาไม่ง่าย อยากอยู่ดูการเติบโตของลูกจนถึง 100 ปี คนตามนับล้าน
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์